“เสียกงจู่?”?”
?” จั่วม่อคึกคักขึ้นอักโข
“ไม่ใช่เช่นนั้น” เถาซิงสั่นศีรษะ กล่าวเป็นเชิงเย้ยหยันตัวเอง “ข้าอาจมีฝีมือทางด้านเพาะเลี้ยงตัวอ่อนปิศาจ แต่ในสายตาของต้าเหรินผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้จริงเหล่านั้น ข้าก็เป็นเพียงแค่คนเพาะเลี้ยงตัวอ่อนปิศาจให้แก่พวกมันเท่านั้น ไม่มีอันใดแตกต่างจากคนเลี้ยงแมลงผู้หนึ่ง”
จั่วม่อผิดหวังสุดระงับ แต่ยังคงรีบปลอบโยนว่า “เจ้ายังคงเป็นบุคคลที่มีอำนาจอิทธิพลไม่น้อย”
ถังเฟยที่ด้านข้างทำสีหน้าแปลกพิกล นางเพิ่งเคยได้ยินคนปลอบโยนผู้อื่นเช่นนี้เป็นครั้งแรก หรือมันไม่ทราบว่าเฉิงจู่เพียงกล่าวถ่อมตนเท่านั้น
เถาซิงหัวร่อออกมา จากนั้นกระตุ้นเตือนว่า “จดจำไว้ อย่าได้ตอแยเสียกงจู่ วันนี้เจ้าหุนหันวู่วามเหลือเกินที่ไปตอแยหลันเทียนหลง ทว่าเสียกงจู่นางนี้ฉากหลังยังลึกล้ากว่าหลันเทียนหลงอีก อย่าได้เห็นว่าวันนี้หลันเทียนหลงอวดโอ่โอหังอยู่หน้าประตูเมือง หากเสียกงจู่อยู่ที่นี่ มันจะกลายเป็นเรียบ ๆ ร้อย ๆ ยิ่ง”
“เสียกงจู่ที่แท้เป็นใครกันแน่?” จั่วม่อสับสนงุนงง สีหน้ามีแต่ความฉงนใจ
“เสียกงจู่มาจากตระกูลเก่าแก่แห่งหนึ่ง ตระกูลอานเหวย เก่าแก่ยิ่งกว่าตระกูลหลันมาก ตระกูลอานเหวยเป็นหนึ่งในตระกูลที่เก่าแก่ที่สุดในดินแดนร้อยเถื่อน พวกมันสืบสายเลือดสูงศักดิ์ที่สุด เรียกว่าสายเลือดแห่งอานเหวย ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนาน พวกมันให้กำเนิดจอมปิศาจด่านไสว้สิบหกตน เจ้าสมควรจินตนาการถึงความรุ่งโ