งสำนักก็ตกต่าลง สำนักอื่น
ๆ ยังดีอยู่ เหล่าศิษย์ดั้งเดิมไม่มีผู้ใดจากไป จะอย่างไรไม่ว่าไปที่ใด ก็ไม่ได้แตกต่างกันสำนักเราคล้ายกลับคืนสู่วันคืนก่อนที่จะโยกย้ายสำนักไปจากภูเขาสุญตาแต่ทว่าเรื่องราวไหนเลยจะง่ายดายปานนั้น ต่อมามีสำนักข้างเคียงมารุกรานเรา อาจารย์อาซินไล่ทุบตีพวกมันออกไป ไม่มีผู้ใดสนใจเรื่องนี้มากนัก สถานที่ใดไม่มีความขัดแย้งกันเล่า เพียงแต่ในช่วงเวลานี้เอง รอยแยกแห่งความโกลาหลพลันปรากฏขึ้นและกองทัพปิศาจมาถึง”
“คุนหลุนมาหาเรา ต้องการให้เหล่าอาจารย์อาไปยังแนวหน้า ท่านเจ้าสำนักไม่ยินยอม ท่านบอกว่าอาจารย์อาหญิงสี่ไม่มีฝีมือในการสู้รบต้องการให้นางรั้งอยู่เบื้องหลังจะดีกว่า ทว่าคุนหลุนไม่เห็นด้วย พวกมันยกพลล้อมรอบสำนักเรา อาจารย์อาหญิงสี่ในที่สุดก็จำใจยินยอม แต่ยังร้องขอให้บรรดาศิษย์รั้งอยู่ที่แนวหลัง คราวนี้คุนหลุนไม่คัดค้าน… …”
หลัวหลีพอเล่าถึงตรงนี้ สีหน้าพลันกลายเป็นบิดเบี้ยว
“แต่ผู้ใดจะทราบได้ ทันทีที่ท่านเจ้าสำนักกับเหล่าอาจารย์อาจากไปคนของคุนหลุนก็ฝังอาคมหวงห้ามลงในร่างของพวกเรา พวกมันอ้างว่าเพื่อป้องกันไม่ให้พวกเราคิดคดทรยศต่อพวกมัน ระหว่างทางพวกเราถูกกองทัพปิศาจบุกโจมตี คนจากคุนหลุนบีบบังคับให้พวกเราไปถ่วงเวลากองทัพปิศาจเอาไว้สักระยะหนึ่ง มิเช่นนั้นพวกมันจะกระตุ้นอาคมหวงห้ามสังหารเราในทันที เราได้แต่เชื่อฟังพวกมัน ยินยอมไปแต่โดยดี จากนั้นคนของคุนหลุนก็ฉวยโอกาสหลบหนีไป