ทันที ทอดทิ้งพวกเราไว้เบื้องหลังพวกเราบ้างถูกฆ่าตายอย่างทารุณ บ้างบาดเจ็บสาหัส ที่หลงเหลือล้วนถูกคร่ากุม ในฐานะทาสข้าได้ผ่านมือปิศาจมากมาย ก่อนจะมาตกอยู่ในมือปิศาจตนที่เจ้าพบเห็น”
“คุนหลุน คุนหลุน คุนหลุน!” จั่วม่อเค้นเสียงลอดไรฟันทีละคำอย่างยากเย็น ดวงตาแดงฉานด้วยสายเลือด ผู้ใดจะคาดคิดได้ว่าคุนหลุนจะกระทำการต่าช้าถึงเพียงนี้
“ศิษย์น้อง หลินเชียนสงสัยอยู่ตลอดเวลาว่าเจ้าเป็นอสูรปิศาจ มันมักกล่าวถึงอะไรสักอย่างเกี่ยวกับดาวพร่างกลางทิวา ท่านเจ้าสำนักเคยได้ยินข่าวลือ จึงจงใจไม่ติดตามเจ้ากลับมาตามคำสั่งของพวกมัน หลังจากที่ศิษย์พี่ใหญ่หายตัวไปโดยไร้ร่องรอย ท่านเจ้าสำนักเศร้าเสียใจยิ่ง ผมเผ้ากลายเป็นขาวโพลนในชั่วข้ามคืน ในช่วงนี้เองท่านเจ้าสำนักเริ่มบอกเล่าเรื่องราวหลายสิ่งต่อข้า ท่านบอกว่า ท่านเมื่อเก็บเจ้ากลับมาในครั้งนั้น
ๆ … … เช่นนั้นปล่อยให้เจ้าไป ยังจะดีเสียกว่าส่งตัวเจ้าให้แก่คุนหลุน… …”
จั่วม่อพอฟังถึงตรงนี้ ก็ไม่อาจสะกดกลั้นได้อีกต่อไป น้าตาสองสายไหลทะลักลงมาอย่างปวดร้าวรันทด หลั่งรินอาบสองแก้มเหมือนเด็กเล็ก ๆร่องรอยไม่พอใจเล็กน้อยที่เคยมีอันตรธานหายไปหมดสิ้น ความโศกเศร้าแสนสาหัสและความสำนึกเสียใจที่ไม่อาจบรรยายออกมา ผุดพลุ่งท่วมท้นจนแทบกลืนกินมันลงไป
หลัวหลีสะอึกสะอื้น ราวกับร่าไห้เป็นเพื่อนมัน
เนิ่นนานหลังจากนั้น จั่วม่อพยายามสะกดกลั้นความเจ็บปวดใจ เงยหน้าขึ้น ถามว่า “แล้วศิษย