วม่ออย่างเร่งร้อน ไม่ต่างจากคลื่นลมเกรี้ยวกราดกระแทกใส่ชายฝั่งน้า กระทั่งผู้คนที่ยืนอยู่ห่างไกลยังได้รับผลกระทบ ย่อมไม่ต้องเอ่ยถึงจั่วม่อที่รองรับคลื่นพิโรธระลอกนี้เข้าไปตรง ๆ แล้ว
ถังเฟยกับพวกโซ่วผิงสีหน้าขาวซีดไร้สีเลือด ต่อหน้ารังสีฆ่าฟันอันดุดันอำมหิตนี้ พลังฝีมือด่านถงหลิ่งของพวกมันช่างต่าต้อยด้อยค่าดุจมดปลวก พวกมันหัวใจดิ่งวูบ ไม่มีปัญญาเข้าใจได้ว่าจั่วม่อไฉนตอแยศัตรูอันน่าประหวั่นพรั่นพรึงถึงปานนี้!
มันใช่เสียสติไปแล้วหรือไม่?
เถาซิงในที่สุดก็ฟื้นจากความแตกตื่นตะลึงลาน ใบหน้าเผือดขาวราวกระดาษ ยามนี้มันสำนึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง เมื่อครู่มันไฉนปากมาก บอกเจ้าผู้นี้ถึงกฎการท้าประลองในเมืองมหาสันติไปเสียได้? ข้าช่างปัญญาอ่อนนัก!
หลันเทียนหลงไม่คาดฝันว่าเรื่องราวจะลุกลามจนกลับกลายเป็นเช่นนี้ มันย่อมไม่หวาดเกรงการต่อสู้ ผู้ที่กล้ามายังเมืองมหาสันติไหนเลยจะหวาดหวั่นต่อการท้าประลองได้? เพียงแต่นั่นต้องดูด้วยว่าสู้เพื่อสิ่งใดจะให้มันยอมรับการท้าประลองเดิมพันชีวิต เพียงเพื่อทาสไร้ค่าผู้หนึ่ง มันก็รู้สึกว่าน่าขบขันเกินไป
แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น สิ่งที่ทำให้มันรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง คือมันกลับสูดได้กลิ่นอายอันตรายอย่างไม่น่าเชื่อ
บุรุษหนุ่มเบื้องหน้ามันนี้ดูสามัญธรรมดายิ่ง แต่มิทราบเพราะเหตุใดกลับบันดาลให้มันบังเกิดสังหรณ์อันตรายอย่างแรงกล้า ราวกับว่าถูกอสรพิษร้ายเพ่งมองโดยไม่ละสายตา
หลันเท