วกมันเท่านั้น
“ถูกของอาเกิ้น” ประมุขตระกูลกล่าวอย่างแช่มช้า “ตระกูลยักษาเขียวเราที่สามารถเติบโตรุ่งเรืองขึ้นได้ ก็เนื่องเพราะมีชื่อเสียงดุร้ายอำมหิตของเราเป็นเกราะกำบัง จนไม่มีผู้ใดกล้าตอแยเรา แต่หากกระทั่งชื่อเสียงนี้พวกเรายังปกป้องเอาไว้ไม่ได้ เราย่อมต้องกลายเป็นลูกแกะน้อยในสายตาของผู้อื่น เช่นนั้นวันที่พวกเราจะถูกทำลายล้างก็คงอยู่ไม่ไกลเท่าใดแล้ว”
“ปู้เกิ้น เจ้าเป็นแม่ทัพบัญชาการศึกที่เข้มแข็งที่สุดของตระกูลเราเรื่องครั้งนี้มอบให้เจ้าจัดการ! ข้าต้องการเพียงประการเดียว ยกเว้นแต่เถาซิงที่ต้องจับเป็น นอกเหนือจากนั้นให้นำศีรษะของพวกมันกลับมา!”ประมุขตระกูลสีหน้าเต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟัน
“รับคำสั่ง!” ปู้เกิ้นไม่เสียเวลากล่าวมากความ ค้อมคารวะคราหนึ่งแล้วล่าถอยออกจากโถงประชุมด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม
“ปู้เกิ้น? คราครั้งนี้นับว่าสนุกสนานน่าสนใจมากแล้ว!” ซีเหมินหนิงแกว่งจอกสุราในมือพลางกล่าวอย่างขบขัน มันผู้นี้ร่างหนา กำยำล่าสันดวงตาโปนโต คิ้วหยาบหนา บนลำคอแขวนสร้อยกระดูกอันน่าขนลุกเส้นโต ท่อนบนเปลือยอก เต็มไปด้วยมัดกล้ามเปี่ยมล้นสมบูรณ์ราวเสลาสลักขึ้น ทำให้ผู้คนไม่คิดกังขาว่าร่างกายของมันจะต้องอัดแน่นไปด้วยพละกำลังมหาศาล
“หัวหน้า แล้วพวกเราเล่า? ใช่สมควรชิงลงมือก่อนหรือไม่? ปู้เกิ้นผู้นี้นับว่าพอมีฝีมืออยู่บ้าง!” หนึ่งในบรรดาลูกสมุนกล่าวอย่างร้อนใจ
“มีฝีมืออยู่บ้าง? ฮ่า น้าเสียงเจ้าฟังดูโอหังไม