วม่อ กล่าวด้วยสุ้มเสียงเย็นชา “ท่านที่นับถือ มีคนคอยเฝ้าดูพวกเราในเงามืด”
จั่วม่อดวงตาทอประกายแปลกใจวูบ ผงกศีรษะพลางกล่าว “ข้ารู้”
มองดูสีหน้าไม่เดือดเนื้อร้อนใจของอีกฝ่าย ไม่ทราบเพราะเหตุใดถังเฟยในใจปะทุขึ้นด้วยไฟโทสะอีกรอบ นางพยายามระงับยับยั้งอย่างสุดความสามารถ “ท่านที่นับถือ ขอบังอาจแนะนำว่าให้เราเร่งเดินทางออกจากบริเวณนี้จะดีที่สุด ที่นี่สุ่มเสี่ยงอันตรายยิ่ง”
“เร่งเดินทาง?” จั่วม่อสั่นศีรษะ “ความเร็วในตอนนี้นับว่าดีมากแล้ว”
นี่มิใช่ว่าจั่วม่อไม่คิดเพิ่มความเร็ว เพียงแต่สำหรับค่ายเว่ย ความเร็วคือจุดอ่อนของพวกมัน หากฝืนเร่งความเร็วขึ้น ไพร่พลค่ายเว่ยจะต้องสิ้นเปลืองพลังงานอย่างมหาศาล แล้วจากนั้นหากเผชิญอันตราย พวกมันจะต้องตกเป็นฝ่ายถูกกระทำแล้ว ส่วนพาหนะเช่นเมฆวิเศษ จั่วม่อก็ไม่กล้านำออกมาใช้ในอาณาจักรปิศาจเช่นนี้
ถังเฟยในที่สุดไม่อาจหยุดยั้งตัวเองไม่ให้ยิ้มเยาะเย้ย “ข้าคิดว่าท่านที่นับถือยังไม่เข้าใจพฤติการณ์ของพวกยักษาเขียวดีพอ พวกมันจะไม่ยอมเลิกรา จะส่งคนมารังควานพวกเราครั้งแล้วครั้งเล่า ยักษาเขียวจะส่งไพ่ตายของพวกมันออกมา พวกมันจะส่งปู้เกิ้นมาจัดการกับพวกเรา!”
“ปู้เกิ้น? มันเป็นใคร? ร้ายกาจมากหรือ?” จั่วม่อถามอย่างสนอกสนใจ ผู้คนรอบกายมันล้วนแล้วแต่ไม่รู้จักมักคุ้นกับท้องถิ่นนี้ กระทั่งโซ่วผิงที่หมกตัวอยู่ในอาณาจักรเศษหินมาโดยตลอด ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าใด
ถังเฟยขมวดคิ้ว “ท่