านที่นับถือ อย่าได้ล้อเล่นแล้ว! เจ้าจะไม่รู้จักชื่อของปู้เกิ้นได้อย่างไร?”
“ข้าไม่รู้จริง ๆ” จั่วม่อแบมือ ทำหน้าไร้เดียงสา
“เจ้า!” ถังเฟยเลิกคิ้วสูงชัน ไม่อดทนอันใดอีกแล้ว ตระเตรียมหาเรื่องมันสักครา แต่แล้วในเวลานี้เอง ปรากฏเสียงกระแอมไอเบา ๆ มาจากทางด้านหลังนาง เป็นเถาซิงยื่นมือเข้าคลี่คลายสถานการณ์ “เสี่ยวถัง ค่อย ๆพูดจา จั่วเซียนเซิงไม่เข้าใจเรื่องราวในละแวกนี้ เจ้าต้องค่อย ๆ อธิบาย”
ถังเฟยแม้มีอคติต่อจั่วม่อ แต่เถาซิงเมื่อออกปากเช่นนี้ นางก็ไม่สะดวกจะอาละวาดออกมา ได้แต่กล่าวอย่างหงุดหงิดรำคาญ “ปู้เกิ้นอัจฉริยะที่โด่งดังที่สุดแห่งตระกูลยักษาเขียว มันไม่เพียงบรรลุด่านเจียงเมื่อมีอายุเพียงยี่สิบปี แต่ยังเป็นแม่ทัพบัญชาการศึกระดับทองอีกด้วย”
“ด่านเจียง! แม่ทัพบัญชาการศึกระดับทอง!” จั่วม่ออดหันมาสนใจไม่ได้ สองคำนี้ช่วยให้มันเข้าใจชชัดเจนขึ้นว่าปู้เกิ้นร้ายกาจปานใด
หรือว่ามันไม่รู้จริงๆ? ถังเฟยเห็นสีหน้างุนงงของจั่วม่อคล้ายไม่ได้เสแสร้งแกล้งดัด จึงกล่าวสืบต่อ “กองทัพในสังกัดของปู้เกิ้นเรียกว่ากองพันเกิ้น จัดอยู่ลำดับเก้าสิบสามในทำเนียบกองทัพแห่งดินแดนร้อยเถื่อนไม่เคยพ่ายแพ้มาก่อน!”
“กองพันที่จัดอยู่ลำดับเก้าสิบสามในดินแดนร้อยเถื่อน!” จั่วม่อสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ สีหน้ากลับกลายเป็นหนักอึ้งเคร่งเครียด
กองพันที่จัดอยู่ลำดับเก้าสิบสามในทำเนียบกองทัพแห่งดินแดนร้อยเถื่อน ความหมายที่แฝงเ