ะโปรงสีดำจีบซ้อนเป็นชั้น ๆ ดุจบุปผาบานสะพรั่งอย่างเงียบงันในห้วงรัตติกาล แต่ละท่วงท่าของนางสูงสง่างดงาม สีหน้าสงบราบเรียบ ใบหน้างามสะคราญไร้คู่เปรียบดูสุขสำราญบานใจราวกับนั่งทอดอารมณ์อยู่ในลานบ้านของนางเอง
นั่งจิบชาอยู่ท่ามกลางสมรภูมิรบอันยุ่งเหยิงวุ่นวาย นางโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ
เหล่ายอดฝีมือสังกัดหน่วยองครักษ์ดาวสวรรค์เหลียวมองกันไปมาอย่างกระอักกระอ่วน จากนั้นรู้สึกละอายใจอยู่บ้าง คุณหนูยังมีทีท่าสงบเยือกเย็นถึงเพียงนี้ แต่พวกมันกลับคิดหลบลี้หนีหน้าไปให้ไกลที่สุด นี่มิใช่อับอายขายหน้าจะเป็นอะไร!
“บริวารช่างใช้การไม่ได้!” โซ่วผิงยอมรับผิดแต่โดยดี สีหน้าละอายใจ
เขิงเหลียนเอ๋อร์ยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างเนิบนาบ ขนตายาวงอนดูพร่าเลือนท่ามกลางละไอหมอกควันจากถ้วยชา ใบหน้าอ่อนหวานทรงเสน่ห์กลายเป็นเลือนราง คล้ายจริงคล้ายมายา นางกล่าวเสียงราบเรียบ “เป็นการดีแล้วที่เจ้าได้เห็นพลังของแม่ทัพด่านเจียงสักครั้ง”
“ด่านเจียง!” โซ่วผิงดวงตาเบิกกว้าง สีหน้าเหลือเชื่อ “สวรรค์ มันยังเยาว์วัยยิ่ง!”
“นับตั้งแต่วันนี้ไป เจ้าจะต้องเชื่อฟังคำสั่งของมันโดยไม่มีเงื่อนไข”สุ้มเสียงไพเราะของเขิงเหลียนเอ๋อร์ล่องลอยผ่านม่านไอน้าจากถ้วยชาผ่านเข้าไปในหูของโซ่วผิงอย่างชัดเจน
“นี่… …” โซ่วผิงลังเลใจ พวกมันเป็นองครักษ์ส่วนตัวของคุณหนู ทว่าคุณหนูกลับบอกให้พวกมันเชื่อฟังคำสั่งของผู้อื่น โซ่วผิงย่อมอดไม่ได้ให้รู้สึกไม่ยินดี