สำหรับพวกโซ่วผิง การต่อสู้กับซิวเจ่อ ศัตรูที่พวกมันไม่คุ้นเคยนับเป็นเรื่องอันตรายมาก
จั่วม่อเองก็ไม่ต้องการปะหน้ากับกองทัพซิวเจ่อเช่นกัน เนื่องเพราะตัวตนของมันอาจถูกเปิดเผยได้ทุกเมื่อ แม้ว่าค่ายเว่ยแทบไม่ได้ดูแตกต่างอันใดจากพวกปิศาจ แต่สำนักใหญ่เหล่านั้นมีฝีมือแปลก ๆ ที่สุดจะหยั่งคำนวณอยู่มากมาย ผู้ใดจะทราบได้ว่ามันจะไม่ถูกเปิดโปง หากเป็นเช่นนั้นก็ไม่ใช่เรื่องสนุกแล้ว
บรรดาคนที่ชมชอบกำจัดปิศาจพิฆาตอสูรเหล่านั้น แน่นอนว่าจะไม่ปล่อยพวกมันไปเช่นกัน
หน่วยองครักษ์ดาวสวรรค์กับค่ายเว่ยพากันระวังป้องกันอย่างรอบคอบ แต่ดูจากกิริยาอาการของพวกมันสองฝ่าย อาจเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดแจ้ง ทุกคนในหน่วยองครักษ์ดาวสวรรค์ดูหวาดหวั่นกระวนกระวายใจ ทำท่าราวกับกำลังเผชิญศัตรูตัวฉกาจ ส่วนบรรดายอดฝีมือค่ายเว่ยสีหน้าสงบราบเรียบ มีเพียงประกายตาซึ่งลุกวาบเป็นครั้งคราว ที่เผยให้เห็นความระแวดระวังของพวกมัน
สูงต่าย่อมเป็นที่เห็นได้ในทันที!
โซ่วผิงลอบสั่นศีรษะ ในใจสะท้านสะเทือนอย่างรุนแรง แต่ในไม่ช้ามันก็ปลงตก โยนความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไปจากใจ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นตรงหน้าล้วนผิดธรรมดาทั้งสิ้น
ทันใดนั้นเงาดำสายหนึ่งพุ่งวาบ แล้วปรากฏขึ้นในขบวนทัพของค่ายเว่ย
ความเร็วอันเหลือเชื่อ!
โซ่วผิงตื่นตะลึง สายสืบผู้นี้ลำพังความเร็ว ก็เหนือล้ากว่าทุกผู้คนในหน่วยองครักษ์ดาวสวรรค์ไม่รู้ว่าเท่าใด
ท้องฟ้าสับสนอลหม่าน เห็นปิศาจ