“สุ่ยเยวี่ย (จันทร์วารี) หลายวันนี้ดีหรือไม่สหายผู้หนึ่งร้องทักทายเสียงดัง
“ฮ่า! มันจะดีได้อย่างไร??” สหายอีกผู้หนึ่งเหลือกตาพลางกล่าวอย่างขุ่นใจ
บุรุษที่เรียกว่าสุ่ยเยวี่ยแย้มยิ้มเล็กน้อย แต่ไม่โต้ตอบอันใด
“อา ข้ารู้สึกว่าคำถามของข้าออกจะโง่เขลาไปหน่อย” สหายยักไหล่“เอาเถอะ พวกเราไปกัน ในมือข้าพอมีเงินทองเหลืออยู่เล็กน้อย หากไม่ออกไปความสำราญเสียบ้างก็นับว่าผิดต่อตัวเองแล้ว”
สุ่ยเยวี่ยยิ้มกว้าง โบกมือเป็นเชิงล่าลาให้แก่บรรดาสหายที่พากันยกขบวนออกไป คนผู้นี้ไม่สูงใหญ่ รูปร่างติดจะโปร่งบาง ผมสั้นหยักดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย ทว่านุ่มสลวย ผิวพรรณขาวซีดอยู่บ้าง เป็นเหตุให้มันดูสุภาพเรียบร้อยและเปราะบางอมโรค บันดาลให้รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าน่าดูเป็นพิเศษ ระหว่างทางที่มุ่งหน้ากลับบ้านสตรีหลายนางคอยชม้ายชายตาให้แก่มันไม่ได้ขาด ปิศาจสาวที่ขวัญกล้าบังอาจอยู่สักหน่อย ถึงกับแย้มยิ้มทอดสะพานให้โดยตรง
สุ่ยเยวี่ยแย้มยิ้มตอบอย่างมีไมตรีจิต แต่แล้วมันจู่ ๆ สีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย เพียงวูบเดียวก็กลับเป็นยิ้มละไมตามเดิม บุรุษอมโรคดูผิวเผินไม่มีสิ่งใดแตกต่างไปจากปกติ เว้นเสียแต่ว่าฝีเท้าของมันคล้ายเร่งเร็วขึ้นกว่าเดิมอยู่บ้าง
รอจนกลับถึงบ้านน้อย สุ่ยเยวี่ยรีบปิดประตูอย่างแน่นหนา ถึงตอนนี้ในดวงตาค่อยเผยแววตื่นเต้นลิงโลดออกมา
มันรีบกางฝ่ามือออก เห็นมังกรสีแดงเลือดสดใสปรากฏอยู่บนฝ่ามืออย่างชัดเจน มังกรโลหิตเ