ครักษ์ที่ชุมนุมอยู่รอบกายเขิงเหลียนเอ๋อร์ต้องประหลาดใจอยู่บ้าง องครักษ์หน่วยนี้มีจำนวนไม่มากนัก แต่ล้วนพลังฝีมือไม่ต่าทราม พวกมันเป็นปิศาจด่านถงหลิ่งเจ็ดตน ที่เหลือล้วนเป็นปิศาจด่านเจี้ยว ทว่าแต่ละคนแม้เป็นด่านเจี้ยว แต่ก็เป็นด่านเจี้ยวที่ใกล้เคียงกับด่านถงหลิ่งเป็นอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่าเป็นหน่วยยอดฝีมือกลุ่มหนึ่ง
แต่พอนึกถึงว่าบิดาของผู้อื่นจะอย่างไรเป็นเจี้ยจู่ของอาณาจักรหนึ่งจั่วม่อรู้สึกว่าขุมกำลังเช่นนี้ถือเป็นเรื่องธรรมดายิ่ง
อย่างไรก็ตาม ยอดฝีมือกลุ่มนี้เฝ้าระวังป้องกันเขิงเหลียนเอ๋อร์อยู่ตลอดเวลา คล้ายไม่คิดออกห่างแม้แต่ก้าวเดียว และดูเหมือนว่าพวกมันไม่ยอมรับคำสั่งของจั่วม่อ ซึ่งจั่วม่อก็หาได้แยแสสนใจไม่ มันยิ่งภาวนาว่าเขิงเหลียนเอ๋อร์อยู่ห่างจากมันได้ไกลเท่าไรก็ยิ่งดี กับโฉมสะคราญที่มันไม่อาจหยั่งวัดทำความเข้าใจได้นางนี้ จั่วม่อมีแต่ความหวาดระแวงอย่างแปลกประหลาด
อากุ่ยดีกว่านางมาก
จั่วม่อพอขบคิดถึงตรงนี้ ก็หันไปมองอากุ่ย สีหน้านุ่มนวลกว่าเดิม แต่พอนึกถึงว่าอากุ่ยหลังจากรับประทานตัวอ่อนเมฆวารีลงไป กลับไม่ได้ผลดังที่หวังเอาไว้ จั่วม่อพลันอารมณ์ขุ่นมัวระคนหนักใจขึ้นมาอีก ระหว่างเผ่า
?” จั่วม่อหันไปถามซู่หลง
“ทั้งหมดพร้อมแล้ว!” ซู่หลงสีทอปิติยินดี “มีองครักษ์ทุกข์ยากหกคนกับอสูรบุปผาอีกหนึ่งคนฝ่าด่านรุดหน้า นอกจากนี้คุณหนูหนานเยว่ก็ฝ่าด่านรุดหน้าสำเร็จเช่นกัน”
เหล่าองครักษ์ทุก