เช่นนี้ มันก็ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะมีผู้ใดสร้างปัญหาให้แก่ข่าจั๋ว
“อา?”
“คนพวกนี้คิดทำอะไร พวกมันยืนอยู่แบบนั้นมีความหมายใด?”
“ถูกของเจ้า นี่ไยมิใช่พวกเรานำมีดฆ่าโคมาใช้ฆ่าไก่โดยแท้! ฟังคนของกองกำลังภูเขามังกรกล่าวขานถึงความแข็งแกร่งของพวกมัน ข้ายังนึกว่าพวกมันมีผู้คนมากมาย หนึ่งร้อยคน! ไม่พอให้ข้าใช้แคะฟันเสียด้วยซ้า!”
“หยุดพล่ามไร้สาระกันเสียที พวกมันมีกันแค่หนึ่งร้อยคน แล้วจะแบ่งสันปันส่วนกันอย่างไร?
“เปิด!”
ทันใดนั้นควันดำพ่นออกมาจากเสาสัญลักษณ์ศึกหนึ่งร้อยแปดต้น
ควันดำคล้ายขยับขยายตามสายลม ในชั่วกะพริบตาเดียว ก็ปกคลุมยอดเขาทั้งหมดราวกลุ่มเมฆดำก้อนมหึมา
ฝูงโจรโถมเข้าไปในเมฆดำอย่างย่ามใจ
ตูม ตูม ตูม!
ควันดำพวยพุ่งออกจากเสาสัญลักษณ์ศึก ม้วนตลบอย่างไม่หยุดยั้งพวกมันคล้ายมีชีวิต บัดเดี๋ยวลอยต่าบัดเดี๋ยวขึ้นสูง กระโดดโลดเต้นไม่มีที่
?” จั่วม่อถามอย่างจนปัญญา
ผูเยากับเว่ยพากันนิ่งเงียบงันไป จั่วม่อมิใช่ไม่ทราบว่านี่เป็นปัญหาที่ยากลำบากสำหรับพวกมัน หากเป็นวิถีฝึกปรือสายอสูรปิศาจ ผูเยากับเว่ยย่อมล่วงรู้เรื่องราวมากมาย แต่ในเมื่อเป็นพลังเทพ พวกมันก็ล่วงรู้ไม่มากแล้ว
“หากอากุ่ยสามารถกล่าววาจาคงจะดีกว่านี้” จั่วม่อรำพึงเบา ๆ หากอากุ่ยสามารถกล่าววาจา นางคงสามารถบอกเล่าเรื่องราวทุกสิ่ง
จั่วม่อทราบว่านี่เป็นเพียงความเพ้อฝัน
มันฝืนสงบใจลง ย้อนคิดไปถึงภาพเหตุการณ์ขาด ๆ หาย ๆ เหล่านั้นพลันรู้ส