านสำเร็จอย่างไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัวอีกด้วย
แต่ประเด็นที่น่าตระหนกก็คือตัวมันฝึกปรือพลังเทพ พลังประเภทเดียวที่สามารถเกิดการเหนี่ยวนำกับพลังเทพของมัน ย่อมต้องเป็นพลังเทพเช่นกัน! นี่สรุปได้แน่ชัดว่าสตรีนางนี้ก็ฝึกปรือพลังเทพ!
ทั้งยังเป็นพลังเทพที่ตรงกันข้ามกับพลังเทพของมันคนละสุดปลาย!
“ระมัดระวังให้มาก สตรีนางนี้เป็นอันตราย” ผูเยาเตือนจั่วม่อ
ไม่จำเป็นต้องให้ผูเยาสะกิดเตือน จั่วม่อก็ย่อมทราบว่าผู้อื่นเป็นตัวอันตราย จนกระทั่งถึงตอนนี้ จั่วม่อพบพานคนในยุคปัจจุบันที่ฝึกปรือพลังเทพเพียงสามคน หนึ่งคือตัวมันเอง สองย่อมต้องเป็นอากุ่ย และคนที่สามคือเขิงเหลียนเอ๋อร์นางนี้
สตรีนางนี้ลึกล้าสุดหยั่งถึง
แต่มันก็ไม่จำเป็นต้องหยั่งทราบนางเสียหน่อย จั่วม่อคิด
หลังจากเกิดเรื่องเช่นนี้ มันกลับทุเลาหายดีและฝ่าด่านสำเร็จโดยไม่ตั้งใจ ทำให้ความคิดจะก่อกวนเขิงอี้สลายหายไปชั่วคราว ผู้อื่นยังช่วยให้มันฝ่าด่านสำเร็จ
ยามกะทันหันมันถึงกับไม่มีอารมณ์แยแสสนใจความบาดหมางที่มีต่อเขิงอี้
สิ่งที่ยึดครองความคิดจิตใจทั้งหมดของจั่วม่อในยามนี้ ย่อมต้องเป็นอากุ่ย เศษเสี้ยวความทรงจำที่ผนึกเอาไว้ในลูกแก้วห้าธาตุทำให้มันแตกตื่นตะลึงลานจนแทบพูดไม่ออก
ยามนี้มันเพียงต้องการเสาะหาสถานที่สงบใจ
โดยไม่กล่าวคำใด จั่วม่อคว้าร่างอากุ่ย โถมออกจากที่แห่งนั้นในบัดดลมันยังได้ยินเสียงสนทนาของเขิงเหลียนเอ๋อร์กับเขิงอี้ เรื่องราวเมื่อคลี่คลายลง