ม่อครุ่นคิดตาม แล้วสงบใจลงอย่างรวดเร็ว
เว่ยกล่าวไม่ผิด ฝ่ายตรงข้ามเห็นได้ชัดว่ามีจุดมุ่งหมาย
“บางทีพวกมันอาจมาเพื่อแผนผังปิศาจ” ผูเยาหรี่ตาแคบเหมือนคมมีด นัยน์ตาสีเลือดทอประกายอำมหิต อารมณ์ขุ่นมัวอย่างเห็นได้ชัด “ช่างขวัญกล้าบังอาจนัก ถึงกับกล้าล้วงคองูเห่า!”
หากมีเรื่องอันใดเกิดขึ้นกับจั่วม่อ ในหมู่พวกมันไม่มีผู้ใดมีจุดจบที่ดีหาเรื่องจั่วม่อก็เท่ากับหาเรื่องพวกมันด้วย
จั่วม่อรู้สึกละอายใจเล็กน้อย เทียบกับสองตัวประหลาดเฒ่านี้แล้ว มันยังคงใจอ่อนเกินไปบ้าง แต่มันก็เป็นชนชั้นผู้นำคนหนึ่ง หลังจากสงบใจระงับความตื่นตระหนกในตอนแรก ความคิดจิตใจก็เริ่มหมุนเร็วรี่
คนทั้งสองล้วนอยู่ในด่านเจี้ยว หลังจากคบหาสมาคมกับลุงอันหย่ามาหลายวัน จั่วม่อก็ล่วงรู้สภาพทั่วไปไม่น้อย ในอาณาจักรเศษหินอันห่างไกลและรกร้างกันดารนี้ ปิศาจด่านเจี้ยวถือเป็นระดับชั้นของยอดฝีมือ การที่ปิศาจชั้นนายกองสองตนปรากฏตัวขึ้นพร้อมกันไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เฉาอวี้กับสหายของมันยังมาอย่างเปิดเผย ไม่มีความคิดจะปกปิดซ่อนเร้นแม้แต่น้อย
จั่วม่อขดตัวอยู่ในอ้อมแขนของอากุ่ย พยายามจัดระเบียบภายในร่างกายอย่างไม่หยุดยั้ง แม้ว่าอาจไม่เห็นผลในทันที แต่ก็เป็นสิ่งเดียวที่มันสามารถกระทำได้ในยามนี้
เฉาอวี้กับสหายมีพาหนะเป็นค้างคาวดำตัวใหญ่มหึมาสองตัว ช่วงปีกกว้างหกจั้ง บนหลังมีพื้นที่กว้างมากพอที่จะรองรับผู้คนเจ็ดแปดคน
ค้างคาวดำแม้มีสารรูปชวนพรั่นพ