รึง แต่พวกมันไม่ได้บินเร็วนัก เวลาที่พวกมันบิน จะปรากฏสายลมสีดำหมุนวนเป็นทรงกลม ห่อหุ้มพวกมันไว้ภายใน ช่วยป้องกันแรงลมปะทะ
หลังจากเดินทางต่อเนื่องเป็นเวลาสองวัน ภูเขาสีดำลูกหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในครรลองสายตาของจั่วม่อ
ภูเขาทั้งลูกสีดำสนิทราวกับน้าหมึก ตั้งตรงและสูงชัน ลอยอยู่บนท้องฟ้า จั่วม่อสังเกตเห็นสายลมหมุนวนเป็นชั้น ๆ รอบภูเขา สายลมเหล่านี้หอบเอาเศษหินนับไม่ถ้วนลอยขึ้นมาด้วย ก่อเกิดเป็นวงแหวนเศษหินคาดอยู่รอบภูเขาเป็นชั้น ๆ
รอจนพวกมันบินเข้าไปใกล้กับวงแหวนเศษหิน เสียงแหลมบาดหูดังกึกก้องจนผู้คนแทบหูดับ ประดุจเสียงภูตผีครวญคร่า ชวนให้ผู้ได้ยินถึงกับหนังศีรษะชาซ่าน
เฉาอวี้ตลอดการเดินทางคอยเฝ้าสังเกตจั่วม่ออยู่ตลอดเวลา ยามนี้เมื่อเห็นสายตาของจั่วม่อยังคงสงบเยือกเย็น อดประหลาดใจไม่ได้ ในวงแหวนเศษหินนี้ ลมแกร่งคมกล้าดุจใบมีด ทั้งยังพัดพาเอาเศษหินแหลมคมมากมายสุดคนานับหมุนวนด้วยความเร็วสูง หากผู้ใดพลาดพลั้งหลุดเข้าไป ต่อให้สังขารแกร่งกล้าเพียงใดก็ไม่แคล้วถูกบดขยี้เป็นผุยผง
“จั่วเซียนเซิงเคยพบเห็นสถานที่คล้าย ๆ กันนี้มาก่อนหรือไม่?”
“ไม่” จั่วม่อตอบอย่างเฉื่อยชา
เฉาอวี้เห็นจั่วม่อไม่คิดสนทนากับมัน จึงแย้มยิ้มเล็กน้อย หุบปากนิ่งเงียบงันไปอีกคน
ค้างคาวดำสองตัวพุ่งทะยานเข้าสู่วงแหวนพายุเศษหินโดยไม่รีรอลังเล ม่านโล่แสงพลันสว่างวาบขึ้นรอบกายค้างคาวดำ เสียงแหลมบาดหูหายวับไปทันที จั่วม่อรู้สึกในสาย