ตาพร่าเลือนวูบ ภาพตรงหน้าแปรเปลี่ยนไปทันควัน
เห็นกลุ่มแผ่นศิลาสีดำลอยอยู่กลางอากาศ เรียงตัวเป็นเส้นทางปรากฏขึ้นเบื้องหน้าพวกมันอย่างฉับพลัน ทอดยาวไปในระยะห่างไกลจนลับตา
ค้างคาวดำเหินทะยานไปตามเส้นทางศิลา หลังจากนั้นไม่นาน พวกมันก็บินตรงเข้าหาตำหนักสีดำที่อยู่เบื้องหน้า
ที่ประตูตำหนัก เห็นสององครักษ์ปิศาจยืนอยู่สองฟากข้าง หนึ่งในนั้นเห็นเฉาอวี้กับพวกก็แย้มยิ้มพลางกล่าว “เจ้าไฉนเพิ่งมาเอาป่านนี้ เจี้ยจู่(เจ้าผู้ครองอาณาจักร) รอคอยจนแทบหมดความอดทนแล้ว”
เฉาอวี้ฝืนยิ้ม “ระหว่างทางเราไม่กล้าหยุดพักผ่อนแม้สักชั่วครู่ชั่วยามกระทั่งหยุดพักดื่มน้ายังไม่กล้า จนกระทั่งมาถึงที่นี่”
จั่วม่อดวงตาทอประกายวูบ เจี้ยจู่! อาณาจักรเศษหินย่อมมีเจี้ยจู่เพียงหนึ่งเดียว จั่วม่อจดจำที่ลุงอันหย่าเคยกล่าวไว้ได้ เจี้ยจู่แห่งอาณาจักรเศษหินเรียกว่าเขิงอี้
“บ่นกับข้าไปจะได้อะไรเล่า” ปิศาจองครักษ์ผู้เฝ้าประตูกล่าวปนหัวร่อ จากนั้นเพ่งพิศดูจั่วม่อพลางจุปาก “เด็กน้อยผู้นี้หรืออาจารย์ปลุกปิศาจที่เจ้าพามา เจ้าแน่ใจนะว่าไม่ผิดพลาด! นี่มันคนป่วยหนักชัด ๆ! สตรีนางนั้นก็อัปลักษณ์เหลือทน!”
ได้ยินเช่นนี้ จั่วม่อในใจบังเกิดความคิดฆ่าฟันอย่างรุนแรง
มันจ้องมององครักษ์ผู้นั้นอย่างลึกซึ้ง จดจำรูปโฉมของอีกฝ่ายไว้มั่น
ภายในทะเลแห่งจิตสำนึก
“พลังงานฆ่าฟันของจั่วม่อรุนแรงกว่าแต่ก่อนมาก” เว่ยเปรยขึ้นเบาๆ
ผูเยากล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “นี่เป