“อา อา ท่านลุงไม่ต้องเกรงใจ นี่เป็นสิ่งที่ข้าสมควรทำอยู่แล้ว!”
“ข้าไม่เคยคาดคิดเลยว่าตงจื่อจะยกระดับขึ้นสู่ด่านเว่ยโดยตรง นี่มันช่าง… …” ลุงอันหย่าในสุ้มเสียงไม่อาจปิดบังความอัศจรรย์ใจไว้ได้
“ด่านเว่ยจั่วม่อพอฟังพลันชะงักกึก จากนั้นกล่าวราวพึมพำกับตัวเอง “ที่แท้เป็นเช่นนี้ ไม่น่าแปลกใจเลยไฉนข้ารู้สึกว่าอ่อนแออยู่บ้าง ที่แท้ก็แค่ด่านเว่ย!”
กล่าวเสร็จสิ้น มันก็รีบแล่นเข้าไปในทะเลแห่งจิตสำนึก เริ่มคาดโทษเว่ยทันที
“แผนผังปิศาจวานรที่ราบสูงเป็นแผนผังปิศาจด่านเจี้ยว (เทียบเท่าหนิงม่าย) แล้วไฉนตงจื่อเพียงบรรลุถึงด่านเว่ยเท่านั้น?” จั่วม่อถาม
“การเปลี่ยนแปลงมิได้สิ้นสุดลงในทันที แผนผังปิศาจที่เพิ่มลงไปจะค่อย ๆ กลั่นเกลาเลือดเนื้อของมันอย่างต่อเนื่อง จวบจนกระทั่งแผนผังปิศาจกับร่างกายของมันผสานรวมเป็นหนึ่งอย่างสมบูรณ์ ถึงเวลานั้นพลังของมันจึงจะทะลวงฝ่าขึ้นไปถึงด่านเจี้ยว” เว่ยอธิบายอย่างใจเย็น
จั่วม่อเข้าใจในที่สุด
เมื่อมัวแต่สนทนากับเว่ย จั่วม่อจึงไม่ทันสังเกตเห็นว่าลุงอันหย่าสีหน้ากลายเป็นแข็งทื่อ
อ่อนแออยู่บ้าง… …ปิศาจด่านเว่ย… …อ่อนแอ… …
ผ่านไปชั่วอึดใจ ลุงอันหย่าค่อยได้สติ มันยิ่งรู้สึกว่าจั่วม่อลี้ลับมากกว่าเดิม อาจั่วที่แท้มาจากที่ใดกันแน่?
ผู้ที่มีพลังด่านเว่ย แม้ไม่อาจเข้าร่วมกองทัพชั้นยอด แต่คิดเข้าร่วมกองทัพทั่วไปย่อมไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน ในสถานที่เล็ก ๆ เช่นเมืองเศษหิน ปิศาจด่าน