่งคำ!” ตงจื่อตบอกแรง ๆ กล่าวเสียงดังฟังชัด
จั่วม่อมองดูสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสัตย์ซื่อจริงใจของตงจื่อ ในใจรู้สึกผิดอยู่บ้าง
เกอช่างชั่วร้ายโดยแท้! ถึงกับล่อลวงเด็กหนุ่มที่สัตย์ซื่อผู้หนึ่ง เพาะสร้างให้กลายเป็นผู้ช่วยอันเข้มแข็ง… …
มันแม้รู้สึกผิดไม่น้อย แต่วาจาพอหลุดออกจากปากกลับกลายเป็น“อะแฮ่ม แฮ่ม ข้าในที่นี้มีตารางการฝึกปรืออันหนักหน่วงชุดหนึ่ง หากเจ้าสามารถฝึกได้ตามนี้ เจ้าอาจบรรลุถึงด่านเจี้ยวในไม่ช้า!”
“เป็นความจริง?” ตงจื่อดวงตาเป็นประกาย เต็มไปด้วยแรงปรารถนา
“ก็หากเจ้าสามารถฝึกได้ครบถ้วน”
“ข้าจะต้องฝึกให้ได้!” ตงจื่อสุ้มเสียงหนักแน่นดังสนั่น ราวกับกำลังกล่าวสัตย์สาบาน ใบหน้าเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่
“เด็กหนุ่มที่ห้าวหาญนัก!” เว่ยชมเชย จากนั้นกล่าวกับจั่วม่อ “ส่วนเจ้ายิ่งมายิ่งกลอกกลิ้งแล้ว”
จั่วม่อเมินเฉยต่อเว่ย กล่าวต่อไปว่า “แต่ตงจื่อ เจ้าต้องให้คำมั่นกับข้าเรื่องหนึ่ง”
“เรื่องอันใด?
?”
ข่าวที่ว่าตงจื่อกลายเป็นปิศาจด่านเว่ยสร้างความปั่นป่วนไปทั่วเมืองเศษหิน ชื่อเสียงของข่าจั๋วโด่งดังคับฟ้า บิดามารดานับไม่ถ้วนรีบพาบุตรหลานของพวกมันมาเสาะหาข่าจั๋ว ข่าจั๋วที่ต้องรับมือกับคนเหล่านี้ตลอดทั้งวัน ตกอยู่ในสภาพน่าอนาถไม่น้อย
ไม่มีผู้ใดมาสร้างความรำคาญให้แก่จั่วม่อ สภาพป่วยไข้หนักหนาสาหัสของมัน ทำให้ผู้คนไม่อาจหักใจรบกวนมัน
ในทะเลแห่งจิตสำนึก ขณะนี้กำลังเปิดประชุมหาหนทางเอาช