ื่อครอบครองอยู่ในมือแทบบันดาลให้พวกมันรู้สึกราวกับฝันไป ปิศาจทุกตนในค่ายฮุยฝึกปรืออย่างบ้าคลั่งราวกับหิวกระหายมานาน ไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใดมาคอยเคี่ยวเข็ญบังคับพวกมัน ไพร่พลปิศาจแต่ละตนล้วนกระจ่างใจในคุณค่าของทักษะปิศาจวิชานี้ดี
สือตงขมวดคิ้วนิ่วหน้า เมื่อทราบว่าอาณาจักรเศษหินเป็นสถานที่เยี่ยงไร มันก็คิดว่าการโจมตีอาณาจักรเศษหินไม่ใช่ทางเลือกที่ดี
“ต้าเหริน อาณาจักรเศษหินไม่มีคุณค่าสำหรับเรา” สือตงเป็นแม่ทัพบัญชาการศึกโดยเนื้อแท้ ทั้งยังทระนงถือดีเป็นที่สุด สิ่งที่มันคิดในใจมักกล่าวออกมาตรง ๆ อย่างไม่อ้อมค้อม นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้มันถูกกีดกัน ไม่เคยได้เลื่อนตำแหน่งกับใครเขา
เยี่ยหลิงย่อมรู้จักแม่ทัพที่เป็นคู่หูกันผู้นี้ดี ทั้งทราบว่ากิริยาเช่นนี้ไม่สู้ดีนัก ขณะที่กำลังจะรีบกลบเกลื่อนให้แก่สือตงกลับได้ยินแม่นางน้อยกล่าวว่า
“คุณค่า?
?
?” เยี่ยหลิงอกสั่นขวัญแขวนแล้ว
“มีเพียงแม่นางอากุ่ย” แม่นางน้อยแบมือกว้าง
เยี่ยหลิงทะลึ่งพรวดเหมือนแมวถูกเหยียบหาง “ไม่มีองครักษ์!สวรรค์! จะไม่มีองครักษ์ได้อย่างไร! จะไม่มีองครักษ์ได้อย่างไร ท่านเป็น
?” เยี่ยหลิงเดือดดาลจนถลึงตาโปนโต “แม่นางอากุ่ยเป็นเพียงสตรีอ่อนแอบอบบาง… …”
อากุ่ย…อ่อนแอบอบบาง… …แม่นางน้อยพอฟังประโยคนี้ถึงกับเหงื่อตกเล็กน้อย มองดูเยี่ยหลิงที่เดือดดาลจนแทบจะอาละวาดออกมา มันพลันขัดจังหวะว่า “สงบใจไว้ก่อน สงบใจไว้ ดังนั้นข้าตกล