งจะส่งเจ้าไป ข้าเชื่อว่าเจ้าสามารถกระทำภารกิจนี้ให้สำเร็จลุล่วงอย่างสมบูรณ์!”
“ข้าเยี่ยหลิง จะพิทักษ์เกียรติแห่งเจ้าเหนือหัวของข้าด้วยซีวิต!”
เยี่ยหลิงตะโกนปฏิญาณตนดังกึกก้อง!
แม่นางน้อยลอบกลืนน้าลายอย่างฝืดคอเล็กน้อย ความคลั่งไคล้ช่างน่าสะพรึงกลัวโดยแท้!
สือตงพลันเอ่ยปากสอดคำ “เสี่ยวเหนียงต้าเหริน!” (แม่นางน้อยต้าเหริน)
เสี่ยวเหนียง…ต้าเหริน… …
แม่นางน้อยหางคิ้วกระตุกกึก ๆ หรี่ตาลงเล็กน้อย พลางแย้มยิ้มเขินอาย ท่วงท่าดูไม่มีพิษมีภัย ซึ่งหากเป็นพวกม้าฝานยามนี้คงรีบหมอบกราบกรานร้องขอชีวิตแล้ว
ไม่เคยมีใครกล้าเรียก ‘สมญานาม’ นี้ต่อหน้ามันมาก่อน … …ไม่เคยมี!เจ้าตัวบัดซบนี่… …
สือตงผู้น่าเวทนา เนื่องเพราะม้าฝานกับพวกยามลับหลังมักจะเรียกชื่อนี้มาโดยตลอด เรียกจนมันหลงคิดว่าเสี่ยวเหนียงเป็นชื่อจริงของแม่นางน้อย เป็นธรรมดาที่จะจดจำมา มิหนำซ้ายังเรียกออกมาอย่างเป็นธรรมชาติยิ่ง
กระทั่งเยี่ยหลิงผู้ปราดเปรื่อง ยังไม่สังเกตเห็นสิ่งใดจากใบหน้าที่แย้มยิ้มอ่อนโยนของแม่นางน้อย อย่าว่าแต่สือตงผู้ทื่อด้านถึงปานนี้ ไหนเลยจะทันรู้สึกตัวได้?
สือตงกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “หากเป็นเช่นนี้ ผู้น้อยเสนอให้เข้ายึดครองอาณาจักรป่าเถื่อนน้อยเป็นลำดับแรก!”
“อาณาจักรป่าเถื่อนน้อย?” แม่นางน้อยงงงันวูบ
“คืออาณาจักรที่พวกเราอาศัยอยู่ก่อนหน้านี้ ปลายทางอีกด้านหนึ่งของรอยแยกแห่งความโกลาหล มันเป็นอาณาจักรเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ไม่ม