้ผู้ใดล่วงล้าแดนต้องห้ามเป็นอันขาด!”
กล่าวจบคำ มนุษย์หมอกหลายคนทะยานร่างออกจากหอชุมนุม ส่งเสียงกู่คำรามประหลาด ดังกังวานไปทั่วทิศ
ได้ยินเสียงกู่คำรามนี้ นักรบมนุษย์หมอกมากมายไหลบ่ามาจากทุกทิศทางดั่งคลื่นน้าถาโถม มารวมตัวกันที่หอชุมนุมในบัดดล
ปิงเย่าพอแจ้งเรื่องราวแก่พวกมัน มนุษย์หมอกทั้งหมดล้วนมีสีหน้าอำมหิตปรากฏขึ้น
“พี่จั่ว ต้องรบกวนพวกท่านรอคอยอยู่ที่นี่ก่อน… …” ปิงเย่าลดเสียงลง หันมากล่าวกับจั่วม่ออย่างขอภัย
“ไฮ้ พี่ใหญ่ปิงกล่าวอันใด!” จั่วม่อโต้แย้งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ผู้น้องเฝ้ารอโอกาสนี้มานานแล้ว! พี่ใหญ่ปิงท่านยังไม่ทราบ แต่ระหว่างที่พวกเราเดินทางผ่านทะเลเมฆ เหล่าโจรหัวโล้นพยายามลอบทำร้ายพวกเรา ข้าครุ่นคิดหาทางแก้แค้นมานานแล้ว นึกไม่ถึงว่าโอกาสอันดีงามกลับมาหาเองถึงที่! พี่ใหญ่ปิงท่านจะไม่นับรวมพวกข้าด้วยได้อย่างไรกัน!ยิ่งไปกว่านั้น พี่ชายท่านนี้ต้องรับบาดเจ็บจากการไปตามหาตัวอ่อนเมฆวารีให้แก่พวกข้า ท่านยังจะให้เรายืนดูอยู่ข้างหลังเท่านั้น นับเป็นเหตุผลกลใดกัน!”
ปิงเย่าดวงตาทอประกายนิยมชมชื่น ตบไหล่จั่วม่อหนัก ๆ “ประเสริฐ!ข้าขอนับเจ้าเป็นพี่น้อง! ไป! พวกเราพี่น้องไปด้วยกัน! เฮอะ! วัดเสวียนคงแล้วจะเป็นไร!”
“อาจารย์อา คนเมื่อครู่แปลกประหลาดยิ่ง” หมิงจิ้งกล่าวอย่างตื่นตะลึงไม่คลาย ร่างสีฟ้าที่ลี้ลับเหมือนเงาภูตพราย หากมิใช่ว่าอาจารย์อาจู่โจมทำร้ายฝ่ายตรงข้ามบาดเจ็บสาหัส ยามน