ด้วยความกระหายใคร่รู้ต่อโลกภายนอก
เหวยเสิ้งกับจงหยูออกจากห้วงฌานสมาธิ ท่วงท่าสภาวะของพวกมันเริ่มบังเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด จั่วม่อปิติยินดียิ่ง ดูเหมือนว่าวาจาเกี่ยวกับพลังเทพของมันมีส่วนช่วยเหลือต่อคนทั้งสองอยู่บ้าง แม้จะไม่ล่วงรู้ว่าพวกมันประสบความสำเร็จมากน้อยเท่าใดก็ตาม
เหวยเสิ้งกับจงหยูเห็นจั่วม่อห้อมล้อมด้วยผู้คนมากมาย ดังนั้นพวกมันเสาะหามุมเงียบสงบ นั่งลงขบคิดใคร่ครวญเกี่ยวกับพลังเทพสืบต่อ
เคราะห์ดีที่จั่วม่อร่อนเร่พเนจรผ่านสถานที่มากหลาย มีประสบการณ์ไม่น้อย มิเช่นนั้นมันคงหมดเรื่องจะเล่าไปเสียนานแล้ว
จั่วม่อไม่ว่ากล่าวเรื่องอันใด เหล่ามนุษย์หมอกหนุ่มสาวก็รับฟังอย่างสนอกสนใจเป็นอย่างยิ่ง
?”
?” ปิงเย่าเห็นเช่นนี้ รีบถามอย่างอดรนทนไม่ได้
จั่วม่อเมื่อเห็นจงหยูพยักหน้ายืนยันก็แน่ใจทันที อธิบายว่า “ระหว่างทางมาที่นี่ พวกเราพบพานเหล่าหลวงจีนจากวัดเสวียนคง ดูจากร่องรอยพลังงานที่ทำร้ายพี่ชายท่านนี้ มันสมควรบาดเจ็บภายใต้เงื้อมมือของเซียนวรยุทธ์ ข้าจึงคาดเดาว่าอาจจะเป็นฝีมือของหลวงจีนวัดเสวียนคงสี่รูปนั่น”
“วัดเสวียนคง!” ปิงเย่าสีหน้าเย็นเยียบ หลายวันมานี้มันรับฟังเรื่องสภาพการณ์ของโลกภายนอกมาจากจั่วม่อ ย่อมล่วงรู้โดยคร่าว ๆ ว่าวัดเสวียนคงคืออะไร
ปิงเย่าไม่รีรอลังเล กล่าวอย่างเฉียบขาด “ไม่ว่าจะอย่างไร ต่อให้เผ่าของเราต้องต่อสู้จนไม่หลงเหลือแม้แต่คนเดียว ก็จะไม่มีวันยินยอมให