เหลวติดต่อกันหลายครั้ง จั่วม่อก็ค่อย ๆ ค้นพบเคล็ดลับ
ทีแรกมันใช้พลังปราณ แต่แทบจะในทันทีก็พบว่าพลังปราณถูกเผาผลาญไปอย่างรวดเร็วยิ่ง จากนั้นมันเปลี่ยนไปลองใช้พลังจิตสำนึกดูบ้าง ก็ยังคงสิ้นเปลืองด้วยระดับความเร็วพอ ๆ กัน ท้ายที่สุดจึงพบว่าพลังเทพมีประสิทธิภาพมากที่สุด อัตราสิ้นเปลืองพลังน้อยนิดจนแทบไม่รู้สึก หากแต่การควบคุมพลังเทพก็ยากเย็นกว่าพลังปราณกับพลังจิตสำนึกมาก จั่วม่อแทบไม่มีปัญญาคงสภาพเอาไว้ได้
ในไม่ช้าเหวยเสิ้งก็สังเกตเห็นความชุลมุนชุลเกของจั่วม่อ เพียงเหลือบมองปราดเดียวก็เข้าใจกระจ่าง เหวยเสิ้งฉลาดปราดเปรื่องเจตจำนงกระบี่บรรลุถึงขั้นสูงล้า มันมิใช่เรียนรู้หลายอย่างแต่เพียงล่วงรู้แบบงู ๆ ปลา ๆ ดังเช่นจั่วม่อ จึงคว้าจับเคล็ดลับได้อย่างรวดเร็ว มันใช้เจตจำนงกระบี่สร้างเป็นแผ่นโล่รูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดล้อมรอบกายระดับความเร็วพุ่งทะยานขึ้นในบัดดล!
ฝีมือที่เหวยเสิ้งแสดงออกมาทำให้ปิงเย่ากับพวกตะลึงงันอยู่บ้าง
แต่แล้วทันใดนั้น ปิงเย่าพลันสีหน้าเคร่งเครียดลง แค่นเสียงอย่างเย็นชา “อยู่เบื้องหน้า ข้าพบมันแล้ว!”
ติ้งเจินจู่ ๆ บังเกิดสังหรณ์ร้ายกรีดระงมในใจ ต้องชะงักเท้าลงทันควันสีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง หันไปตวาดใส่ศิษย์ทั้งสามอย่างร้อนรน“รีบหนีไป!”
สามหลวงจีนน้อยงงงันวูบ แล้วหน้าเผือดสี แต่พวกมันก็สมกับเป็นศิษย์หัวกะทิของสำนักใหญ่ ยามคับขันอันตรายปฏิกิริยาตอบสนองหาได้เชื่องช้าไม่