จประมาทแม้แต่น้อย”
“อาณาจักรทะเลเมฆดูเหมือนเป็นอาณาจักรขนาดกลางเท่านั้น ข้าไม่เคยได้ยินว่ามีขุมพลังที่ร้ายกาจใด… …”
“เทียนหวนเพิ่งจะพลาดท่าเสียทีมาจากที่นั่น เซินอู๋ไฮ่แม้ไม่อาจจัดอยู่ในระดับสุดยอดของเทียนหวน แต่ก็ยังเป็นชนชั้นหยวนอิงผู้หนึ่ง”
“แต่เปี๋ยหาน… …”
“มันเป็นมีดเล่มหนึ่ง มีดที่ดุร้ายอำมหิต เราต้องระวังไม่ให้คมมีดหันกลับมาทำร้ายพวกเราเอง แต่บัดนี้กลียุคย่างกรายมาถึงแล้ว ถึงเวลาที่เราต้องหันมีดเล่มนี้ออกไปห้าหั่นศัตรู!” เจ้าอาวาสแจกแจงด้วยสุ้มเสียงราบเรียบเงียบสงบ
ไม่มีของกำนัลมอบให้เสี่ยวจั่วอยู่พอดี เสี่ยวจั่วเจ้าในเมื่อชมชอบของสิ่งนี้เช่นนั้นก็ถือว่าพรมเมฆาผืนนี้เป็นของขวัญเถอะ!”
จั่วม่อสะดุ้งเฮือก รีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน “ไม่ได้ ไม่ได้ ไม่ได้!เพียงชนเผ่าของท่านช่วยเหลือพวกเราเสาะหาตัวอ่อนเมฆวารี ผู้น้องก็สำนึกขอบคุณมากแล้ว… …”
?
จั่วม่อยิ้มพลางกล่าวว่า “ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ก็ตาม สิ่งนี้ก็ยกให้เป็นของตอบแทนแก่พี่ใหญ่ปิงแล้ว”
จั่วม่อก็ชมชอบนิสัยใจคออันกว้างขวางและโอ่อ่าผ่าเผยของหัวหน้าเผ่ามนุษย์หมอกผู้นี้ จึงกล่าวปนหัวร่อ “ข้าได้แต่หวังว่าพี่ใหญ่ปิงจะไม่ต้องพบว่าข้ากำลังลำบากในอนาคต”
ปิงเย่าหัวร่อฮาฮาอย่างถูกอกถูกใจ “เช่นนั้นข้าว่าหลันคงไม่ยกโทษให้แก่ข้าแน่”
ทั้งสองฝ่ายสนทนาอย่างสนิทสนมกลมเกลียวอยู่อีกครู่ใหญ่ ก่อนที่ปิงเย่าจะอำลาไปก่อน เปิดโอกาสให้จั่วม่อกับพวกได้พักผ่อน