้างก็ล้วนแล้วแต่เรียบง่ายและสันโดษ บางครั้งคราวพวกมันยังสามารถมองเห็นภาพวาดฝาผนังที่เป็นเส้นสายสีเทาจาง ๆ
สถานที่แห่งนี้มีมนุษย์หมอกอยู่กันมากมายยิ่งกว่าที่บ่อน้าสายหมอกแต่จั่วม่อกับพวกค้นพบอย่างประหลาดใจ ว่ามนุษย์หมอกที่อยู่ที่นี่ดูเหมือนพลังฝีมืออ่อนด้อยกว่าบรรดามนุษย์หมอกที่พวกมันพบพานในทีแรกมาก
จั่วม่อทันใดนั้นเหลือบเห็นแท่นบูชาที่ปลายหางตา โครงกระดูกสถิตอยู่บนยอดของแท่นบูชานั้นเอง
แท่นบูชาเซ่นสรวงห้อมล้อมด้วยบรรดามนุษย์หมอก ที่กำลังสวดภาวนาด้วยศรัทธาอันแรงกล้า
จั่วม่อค้นพบอย่างตื่นตะลึง ว่าพลังเทพของโครงกระดูกแข็งแกร่งกว่าตอนแรกอยู่มากโข!
“น่าเสียดายที่พวกเราสูญเสียหลันเป็นเวลานานเกินไป เวลานี้ในชนเผ่าเราไม่มีนักบวชหลงเหลืออยู่อีกแล้ว เราได้แต่สวดภาวนาเซ่นสรวงบูชาทุกวัน หวังว่าหลันจะสามารถฟื้นคืนสภาพโดยเร็วที่สุดและสามารถปกป้องคุ้มครองชนเผ่าเราได้อีกครั้ง!” มนุษย์หมอกวัยกลางคนกล่าวด้วยอารมณ์อันซับซ้อน
“เวลานั้นจะมาถึงรวดเร็วยิ่ง” จั่วม่อคล้อยตามอย่างน่าประหลาด
มนุษย์หมอกวัยกลางคนงงงันวูบ จากนั้นแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยน
จั่วม่อพอกล่าวจบคำ จู่ ๆ ก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง มันรู้สึกว่าโครงกระดูกบนแท่นบูชาคล้ายกำลังมองมายังมัน! ความรู้สึกนี้ทำให้มันสะดุ้งสุดตัว แต่เมื่อเพ่งมองอย่างละเอียดอีกที ความรู้สึกที่ว่าก็หายสาบสูญไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
จั่วม่อยิ้มปลอบใจตัวเอง ดูเหมือนว่ามันจ