โล้น! ตัวอุบาทว์บัดซบ!
พอภาพมายาสลายไป คังเต๋อกวาดตามองรอบข้างแวบหนึ่ง จากนั้นดวงตาเป็นประกายขึ้นมาทันที “ข้ารู้แล้วว่าพวกเราอยู่ที่ใด!”
กล่าวจบคำ มันรีบออกเดินนำหน้า ตรงเข้าไปในหมอกเมฆทางด้านขวา
จั่วม่อกับพวกรีบสาวเท้าตามติด
“เหล่าโจรหัวโล้นจากวัดเสวียนคงคิดเล่นงานพวกเราจริง ๆ รึจั่วม่อเค้นเสียงลอดไรฟัน
“ตามเหตุผลแล้วเรากับพวกมันไม่เคยมีข้อบาดหมาง เว้นเสียแต่ว่าพวกมันมีจุดมุ่งหมายที่ไม่อาจบอกกล่าวต่อผู้คน??” เหวยเสิ้งสีหน้าทอแววใคร่ครวญ
จั่วม่อกล่าวพลางหัวร่อฮี่ฮี่ “แน่นอนว่าพวกมันต้องมีเรื่องราวที่ไม่อาจบอกกล่าวต่อผู้คน มิเช่นนั้นไยต้องถ่อมาถึงทะเลเมฆอันห่างไกลเล่า?สิ่งของที่สามารถดึงดูดหัวโล้นด่านหยวนอิงจากวัดเสวียนคงดูท่าจะไม่ใช่สมบัติธรรมดาสามัญเป็นแน่! ทีแรกข้าไม่คิดใส่ใจพวกมัน แต่ในเมื่อพวกมันมายุ่งเกี่ยวกับเราเอง ฮี่ฮี่… …”
จั่วม่อแค่นหัวร่อเสียงเย็นเยียบ แรกเริ่มเดิมทีทั้งสองฝ่ายเพียงเดินทางไปในทิศทางเดียวกันเท่านั้น เจ้าหาสมบัติของเจ้า ข้าหาตัวอ่อนเมฆวารีของข้า หาได้ก้าวก่ายกันไม่ แต่มันคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายกลับบังเกิดความคิดชั่วร้าย ถึงกับลอบลงมือต่อพวกมันในทางลับ
เสี่ยวม่อเกอต้องทวงถามหนี้บัญชีของมันเสมอ! ไม่มีเหตุผลที่จะยอมขาดทุน ถูกกระทำแต่ฝ่ายเดียว
หยวนอิงแล้วจะเป็นไร จั่วม่อแม้ไม่อาจต่อสู้แย่งชิงสมบัติกับอีกฝ่ายซึ่งหน้า แต่หากกล่าวถึงเรื่องวางกับดักขุดหลุมพราง จั่วม่อ