็งแกร่งถึงระดับหนึ่ง การเปลี่ยนรูปโฉมหาได้ยากเย็นสำหรับพวกมันไม่
ภายใต้การลงแรงอย่างแข็งขันของค่ายเว่ยกับค่ายฮุย พวกมันเริ่มก่อตั้งค่ายทัพแห่งใหม่ที่รอยแยกแห่งความโกลาหลอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเทียบกับค่ายทัพอันหยาบกระด้างของเยี่ยหลิงในตอนแรกแล้ว ค่ายทัพใหม่นี้ทั้งใหญ่โตและแน่นหนาอย่างน่าตระหนก
อย่างไรก็ตาม ทุ่งหญ้าปิศาจถูกขุดรากถอนโคนจนเหี้ยนเตียน สิ่งนี้สะดุดตาผู้คนเกินไปจริง ๆ
ในเวลานี้เอง เยี่ยหลิงพลันเข้าพบจั่วม่อด้วยทีท่ารี ๆ รอ ๆ
“ต้าเหริน” เยี่ยหลิงเริ่มเอ่ยปากอย่างลังเลอยู่บ้าง
“มีเรื่องใด?”
?” จั่วม่องงงันวูบ จากนั้นค่อยนึกออก “เจ้าหมายถึงกองทัพปิศาจอีกขบวนหนึ่งกระมัง
“ใช่ขอรับ ต้าเหริน” เยี่ยหลิงรีบกล่าว “สือตงต้าเหรินเป็นผู้บังคับบัญชาเก่าของผู้น้อย”
“อ้อ ลองบอกรายละเอียดของมันมาฟังดู” จั่วม่อเริ่มสนอกสนใจขึ้นมาทันที
“สือตงต้าเหรินถือกำเนิดจากสาขาย่อยที่หาได้ยากของปิศาจตั๊กแตนเรียกว่าปิศาจตั๊กแตนฟ้า สือตงต้าเหรินเป็นยอดแม่ทัพที่โดดเด่นที่สุดเท่าที่ผู้น้อยเคยพบเห็นมา มันทั้งเฉียบขาดและยืดหยุ่น รู้จักพลิกแพลง ห้าวหาญชาญศึก หากมิใช่ว่าถูกจำกัดด้วยชาติกำเนิดปิศาจตั๊กแตนของมันเกรงว่าความสำเร็จของมันคงไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงเท่านี้แน่!”
“เทียบกับเจ้าแล้วเป็นอย่างไร?” จั่วม่อถามอย่างอยากรู้อยากเห็นหัตถ์บัลลังก์หมอกของเยี่ยหลิงก่อเกิดความประทับใจให้แก่มันอย่างลึกล้า
“ผู้น้อยไม่ใช่คู่