หันไปกล่าวกับเว่ยราวกับจั่วม่อไม่มีตัวตน ทั้งเยาะเย้ยถากถางอย่างไม่คิดจะปิดบัง “เจ้าเด็กน้อยเป็นแค่คนป่าคนดอยจากป่าเขาบ้านนอก มันอาจสามารถจัดการกับการค้าเล็ก ๆที่ไม่ต้องลงทุนลงแรงในระยะยาว แต่คราครั้งถึงกับเหิมเกริมคิดเป็นผู้ครองแคว้นเล็ก ๆ ฮ่า ไยไม่รู้จักประมาณตนบ้างว่าตนเองมีความสามารถอยู่สักเท่าใด!”
เว่ยไม่สนใจคำดูถูกเหยียดหยามของผูเยา บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเป็นกันเอง กล่าวกับจั่วม่อว่า “เจ้ามีปัญหาใช่หรือไม่?”
จั่วม่อเย็นสันหลังวาบ สองเฒ่าไม่ยอมตายคู่นี้ล้วนไม่ใช่ตัวดี!
ในทั้งหมดทั้งมวลจั่วม่อแน่ใจในข้อนี้เป็นที่สุด ไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงผูเยา อสูรเฒ่าหนังเหนียวไม่ใช่คนใจกว้างมาแต่ไหนแต่ไร แต่เว่ยกลับยิ่งเลวร้ายกว่า อย่าได้เห็นว่ามันดูน่าสนิทชิดเชื้อไม่มีพิษมีภัย แต่ระดับความเป็นอันตรายหาได้ด้อยกว่าผูเยาแม้แต่น้อยไม่
จั่วม่อจงใจไม่ตอบสนองต่อสะพานที่เว่ยทอดให้ข้ามไป
มันต้องสร้างความขัดแย้งระหว่างสองของเก่าโบราณคู่นี้… …
ทันใดนั้นจั่วม่อตาเป็นประกาย หันไปถามอย่างกะทันหัน “ผูเยากองทัพอสูรของเจ้าเป็นอย่างไรบ้างแล้ว?”
ผูเยาสีหน้ากลายเป็นมืดทะมึนทันที ความเดือดดาลพลุ่งพล่านอยู่ในดวงตาสีโลหิต เหล่าเศษสวะที่ไร้ความสามารถพวกนั้น เหล่าตัวโง่งม เศษสวะชัด ๆ! แม้ว่ามันจะทุ่มเทใช้ทุกวิถีทาง แต่พื้นฐานของคนเหล่านี้อ่อนแอเกินไป จนถึงตอนนี้ยังไม่อาจสนองตอบต่อความต้องการของผูเยาได้
“กอง