เยี่ยหลิง!”
“แต่ว่า… …”
เห็นผู้ช่วยแม่ทัพสีหน้ายังห่วงกังวล สือตงขบคิดแวบหนึ่ง แล้วตัดสินใจแย้มพรายข้อมูลบางอย่าง “อย่าได้ประเมินเยี่ยหลิงต่าเกินไปนักคนผู้นี้ฝึกปรือหัตถ์บัลลังก์หมอก”
“อา!” ผู้ช่วยแม่ทัพตะลึงลาน อ้าปากกว้างเท่าไข่ห่าน หลังจากอึ้งงันอยู่ครึ่งค่อนวัน ค่อยรั้งสติกลับคืน ตะกุกตะกักถามว่า “หัตถ์บัลลังก์หมอก?
หากมองลงมาจากฟากฟ้า จะเห็นกองทัพปิศาจทั้งขบวนหยุดยั้งลงอย่างกะทันหันโดยไม่มีเค้าลางล่วงหน้า กระบวนการทั้งหมดแทบจะพร้อมเพรียงกัน เป็นระเบียบเรียบร้อยและเที่ยงตรง ไม่มีร่องรอยของความสับสนรวนเรแม้แต่น้อย
เบื้องหน้าพวกมัน เห็นซิวเจ่อหนึ่งกองทัพลอยนิ่งเงียบงันอยู่กลางอากาศ
กงซุนชาพอเห็นท่วงท่าสภาวะของสือตง ริมฝีปากอดยกยิ้มวูบหนึ่งไม่ได้ ดวงตาที่สงบราบเรียบพลันเริ่มเดือดพล่านโดยไม่มีเค้าลางล่วงหน้า
หาญซึ่งหน้าโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้กองทัพปิศาจเข้าใกล้เกาะเต่ามากเกินไป
ช่างเป็นคู่ต่อสู้ที่ดี!
สายลมพัดปอยผมที่ระหน้าผากสะบัดปลิว ภายใต้ความตื่นเต้นยินดีที่ได้พบพานคู่มืออันสมน้าสมเนื้อ กงซุนชาเลือดสูบฉีดจนลำคอแดงก่า
พลังจิตสำนึกแผ่กระจายดุจตาข่ายมหึมา
“มาเริ่มเข่นฆ่ากันเถอะ!”
หัตถ์บัลลังก์หมอก?
วู้ม!
กลุ่มหมอกแตกระเบิดท่ามกลางกองทัพปิศาจ เติบโตขึ้นอย่างเร่งร้อน พริบตาดุจประกายไฟ สายหมอกแพร่กระจายไปทั่ว มืดมัวครอบฟ้าคลุมดิน ทหารปิศาจนับพัน ๆ ถูกกลืนหายไปในม่านหมอกสีเทาในบัดดล