หายตัวไปโดยไร้ร่องรอย
จั่วม่อเฝ้าระวังไม่คลาดสายตาตั้งแต่แรก ปฏิกิริยาของผูเยาและเว่ยบอกชัดว่าศัตรูร้ายกาจไม่น้อย
แต่การต่อสู้พอเปิดฉากขึ้น จั่วม่อก็ขว้างความคิดทั้งมวลทิ้งไปด้านข้าง
จั่วม่อถลึงจ้องม่านหมอกสีเทาราวกับจ้องมองเหยื่อตัวโต ดวงตาสาดประกายดุดันอำมหิต เมื่อจดจ่ออยู่กับการต่อสู้เข่นฆ่า จั่วม่อไม่หลงเหลือความกลัวหรือความลังเลใจอันใดอีก
อาจเป็นเพราะการปลุกเร้าของผูเยากับเว่ยนี่เอง จั่วม่อสมาธิจิตใจจดจ่อรวมรั้งอย่างผิดปกติ พลังสังขารปิศาจมหาทิวาแล่นพล่านไปทั่วร่างอย่างคึกคักกระตือรือร้น และในเวลาเดียวกัน พลังปราณกับพลังจิตสำนึกโคจรไปตามวิถีของตนตามธรรมชาติ
หลังจากฝึกปรือพลังเทพ พลังทั้งสามก็ยิ่งผูกพันใกล้ชิดสนิทสนมมากขึ้นเรื่อย ๆ ขับเคลื่อนเพียงหนึ่ง จะกระตุ้นอีกสองที่เหลือและขับเคลื่อนไปพร้อมกัน
ทว่าสมาธิจิตใจของจั่วม่อไม่ได้จดจ่ออยู่ในร่างกายของตนเอง แต่มุ่งเน้นอยู่ที่ด้านหลังทั้งหมด!
มันคล้ายยืนอยู่ท่ามกลางห้วงมิติว่างเปล่า เบื้องหลังเป็นเปลวเทียนสองพันดวง แต่ละดวงสว่างไสวดุจดวงดารา
องครักษ์ทุกข์ยากแต่ละคนประดุจเปลวเทียน ปะทุขึ้นตามจังหวะการเต้นของหัวใจมันเอง! เปลวไฟที่สว่างไสวที่สุดสองดวงสมควรเป็นซู่หลงกับอาเหวิน จั่วม่อเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด
เปลวเทียนสองพันดวงปะทุขึ้นตามจังหวะจะโคนเดียวกัน พร้อมเพรียงราวกับเป็นตัวตนเพียงหนึ่งเดียว
สายใยพลังงานสั่งสมรวมรั้งระหว่างพวกมัน
พลังแ