กียรติของเจ้าแล้วเสี่ยวปู้!” อาเจ๋อหัวร่อพลางตบไหล่ปู้ซือตง จากนั้นกล่าวอย่างห่วงใย “ฟังว่าการฝึกฝนยากลำบากยิ่ง เจ้ามีโอสถปราณเพียงพอหรือไม่? ข้าในที่นี้พอมีอยู่บ้าง… …”
“ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องห่วงเลย!” ปู้ซือตงโบกมือระรัว รีบกล่าวกึ่งบอกเล่ากึ่งโอ้อวด “ซึ่งความจริง ข้าไม่เคยคิดว่าจะมีวันที่ได้ฝึกฝีมืออย่างหรูหราถึงเพียงนี้ด้วยซ้า! พวกเราจะได้รับสองชิ้นจิงสือระดับสามกับเม็ดยาเสริมสร้างปฐมปราณเป็นประจำทุกวัน เราจะต้องใช้ให้หมดชนิดวันต่อ
?เพียงแค่ดูดซับพลังปราณจากจิงสือและพลังโอสถของเม็ดยาเสริมสร้างปฐมปราณ จะกินเวลาร่วมครึ่งวัน แล้วหลังจากนั้นจะเป็นการฝึกฝนกระบวนทัพ หากมีข้อผิดพลาดสักเล็กน้อย ก็รอรับการลงทัณฑ์ได้เลย!”นึกถึงความเจ็บปวดรวดร้าวของการฝึกปรือในแต่ละวัน ปู้ซือตงจุปากสั่นศีรษะด้วยอารมณ์
“เมื่อได้รับประโยชน์ก็อย่าได้บ่นแล้ว!” อาเจ๋อเต็มไปด้วยความอิจฉาเลื่อมใส “ข้าได้ยินมานานว่าเกาะเต่าอุดมไปด้วยน้ามัน แต่นึกไม่ถึงว่าจะมั่งคั่งบริบูรณ์ถึงเพียงนี้! ครั้งนี้เจ้าทำกำไรก้อนโตจริง ๆ!”
“ฮ่าฮ่า! ไยมิใช่!” ปู้ซือตงกล่าวอย่างภาคภูมิใจ “น่าเสียดายที่ข้าไม่ใช่เซียนกระบี่ เกาะเต่ามีฝีมือที่สุดในการฝึกอบรมเซียนกระบี่ เจ้าไม่ได้เห็นเจตจำนงกระบี่ของเหวยซือ เรียกได้ว่าเลิศพิสดารสุดบรรยาย!”
“อ้อ เจ้าต้องตั้งใจศึกษาให้ดี ต่อไปหากเจ้าฝึกปรือได้บ้าง ก็สามารถคุ้มครองข้าได้แล้ว” อาเจ๋อทำสีหน้าราวกับว