เหลยเผิงที่ด้านข้างลอบหัวร่อยินดีในคราเคราะห์ของผู้อื่น พวกมันยินยอมไปสนามรบเข่นฆ่าศัตรูเสียยังดีกว่าให้ควบคุมดูแลสามเณรทั้งวัดเพื่อฝึกปรือทุกวัน พวกมันทราบกระจ่างกว่าผู้ใด ค่ายจูเชวี่ยเริ่มจากไม่มีอะไรจนมีสถานะเช่นทุกวันนี้ เป็นเรื่องลำบากยากเย็นถึงเพียงไหน จะให้คอยเคี่ยวเข็ญกลุ่มคนที่ไม่ล่วงรู้สิ่งใดเลย จนมีฝีมือเทียบเท่ากับค่ายจูเชวี่ย สมควรยากเย็นดุจปีนป่ายขึ้นสวรรค์แล้ว
ม้าฝานเหลือบมองสีหน้ากระหยิ่มยินดีของคู่หูมหาประลัยแวบหนึ่งจากนั้นแสร้งถามจั่วม่อด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “ต้าเหริน ข้าไม่เก่งกาจพอที่จะทำเรื่องนี้เพียงลำพัง สามารถเรียกพี่น้องสักสองสามคนมาช่วยเหลือได้หรือไม่?”
เหลยเผิงกับเหนียนลู่หน้าเผือดสีทันที
จั่วม่อโบกมือ กล่าวอย่างรวบรัดหมดจด “ทำตามใจเจ้าเถอะ!”
แล้วเรื่องราวก็สรุปได้เช่นนี้เอง
ปู้ซือตงจ้องมองเมฆเพลิงแดงที่ส่วนบนสุดของเกาะเต่า ความคิดจิตใจอดล่องลอยไปไกลไม่ได้ มันเป็นหนึ่งในซิวเจ่อกลุ่มแรกที่มาถึงเกาะเต่า มันถือกำเนิดและเติบใหญ่ในอาณาจักรทะเลเมฆ ย่อมไม่ยินดีจากอาณาจักรทะเลเมฆไป ยิ่งไม่ยินดีเห็นอาณาจักรทะเลเมฆกลายเป็นสวนหลังบ้านของอสูรปิศาจ เมื่อได้ยินว่าเกาะเต่าเตรียมทำศึกใหญ่กับกองทัพปิศาจ มันก็รีบแล่นมาในบัดดลด้วยความหวังว่าจะเข้าร่วมเกาะเต่า
แต่มันคาดไม่ถึงว่าเกาะเต่ากลับไม่ยอมรับผู้คนในทันที ค่ายกลพิทักษ์เกาะปิดสนิทอย่างแน่นหนา นอกเหนือจากชมดูบรรดาซิวเจ่อ