อันอุกอาจประการหนึ่งปรากฏขึ้นในใจจั่วม่อ
แต่พอความสนใจของมันหันไปทางนั้น พลังเทพในกายมันพลันถดถอยกลับไปทันที ราวกับมุสิกขี้ขลาดตัวหนึ่ง
จั่วม่อรีบเพ่งสมาธิจิตใจกลับมายังเสียงเพลงประหลาด ในไม่ช้าพลังเทพในกายมันก็เริ่มโคจรด้วยตัวเองอีกครั้ง เคลื่อนผ่านไปทั่วร่างของจั่วม่ออย่างแช่มช้า
จั่วม่อลอบจดจำเส้นทางที่พลังเทพโคจรหมุนเวียนไปทั่วร่าง
นี่แปลกประหลาดยิ่ง แปลกประหลาดอย่างที่คาดเอาไว้จริง ๆ!
เส้นทางโคจรของพลังเทพแปลกพิสดารยิ่ง ผิดแผกแตกต่างจากพลังทั้งสามโดยสิ้นเชิง ไม่ได้ไหลเวียนไปตามเส้นชีพจรปราณเหมือนพลังปราณ ไม่ได้คงอยู่ในทะเลแห่งจิตสำนึกเฉกเช่นพลังจิตสำนึก ทั้งยังไม่ได้กลั่นเกลาจนบริสุทธิ์ และแทรกซึมเข้าไปในเลือดเนื้อกระดูกของมันเหมือนทักษะปิศาจ
แนวทางโคจรของพลังเทพทั้งครอบคลุมเส้นชีพจรปราณ ล่วงผ่านเข้าไปในทะเลแห่งจิตสำนึก ตลอดจนเลือดเนื้อกระดูกทั้งหมด แต่แตกต่างกับวิถีบำเพ็ญเพียรแนวทางหลักตั้งแต่รากฐาน
ทันใดนั้น ร่องรอยความเหนื่อยล้าพลุ่งขึ้นอย่างฉับพลัน เสียงเพลงกลายเป็นไกลห่างออกไปทุกขณะ
จั่วม่อใจหายวูบ!
เมื่อมันลืมตาขึ้น เสียงเพลงก็หยุดลงทันที มันก้มลงมองใบไม้ทองคำในมือ เห็นใบไม้ทองคำค่อย ๆ หม่นแสงลง จั่วม่อรีบตรวจสอบใบไม้ทองคำเห็นว่าใบไม้สีทองแม้หม่นแสงลง แต่ร่องรอยพลังชีวิตที่แฝงอยู่ภายในยังไม่ได้หายไปด้วย ค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก
ยังดีที่ไม่ใช่สมบัติที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียว