คนหลังจากเสียชีวิตไปแล้วยังพิเศษเหนือธรรมดา ช่างเข้มแข็งโดยแท้!
จั่วม่อรวบรวมกระดูกทีละชิ้นอย่างระมัดระวัง ค่อย ๆ หยิบและวางเรียงอย่างเบามือ หลังจากหยิบกระดูกหยกเขียวเข้มไม่กี่ชิ้นที่ด้านบนออกมา สายตาของมันพลันถูกของสิ่งหนึ่งดึงดูดเอาไว้
นั่นมันอะไรกัน?
จั่วม่อในใจโลดขึ้น รีบกวาดฝุ่นดินออกไปอย่างรวดเร็ว แล้วหยิบฉวยของสิ่งนั้นขึ้นมา
เป็นหน้ากากสัมฤทธิ์ใบหนึ่ง!
“อัปลักษณ์แท้ ๆ!” จั่วม่อบ่นพึมพำ หน้ากากประหลาดเย็นเฉียบอยู่ในมือ สิ่งที่ชวนขวัญผวาที่สุดคือเบ้าตากลวงเปล่าสองดวงบนใบหน้า ส่วนปากแกะสลักเป็นรูปปากแสยะกว้าง แฝงเร้นกลิ่นอายดุร้ายอำมหิตและเหยียดหยันสรรพสิ่ง เผยให้เห็นฟันเขี้ยวคมกล้าดุจสัตว์ร้ายสองแถว ในกรงเขี้ยวกัดขย้าลูกธนูที่หักสะบั้นดอกหนึ่ง ลูกธนูหักคล้ายย้อมด้วยวัตถุประหลาดที่ไม่ทราบว่าเป็นอะไร เป็นสีแดงฉานราวกับหยดเลือด
ฝีมือแกะสลักหยาบกระด้างยิ่ง ไม่อาจเรียกได้ว่างดงามสมบูรณ์ แต่แฝงเร้นกลิ่นอายป่าเถื่อนโบราณอันแปลกพิสดารชนิดหนึ่ง
นี่สมควรเป็นสมบัติชิ้นหนึ่งกระมัง?
จั่วม่อไม่ค่อยมั่นใจนัก
เทียบกับกระดูกหยกสีหมึกแล้ว หน้ากากสัมฤทธิ์นี้ไม่มีอันใดโดดเด่นสะดุดตา ดูเหมือนหน้ากากสัมฤทธิ์ทั่วไป จั่วม่อถึงกับไม่สามารถสัมผัสถึงคลื่นพลังงานใดจากหน้ากากใบนี้ได้
แต่ในเมื่อสามารถเหลือรอดมาได้หลายหมื่นปี สมควรมีราคาค่างวดอยู่บ้าง
ในแดนผลาญเทพอันร้อนลวกนี้ ความเย็นซ่านที่หน้ากากแผ่กระจา