ะหนีรอด!”
เสียงคำรามอย่างคั่งแค้นดังสะท้านไปทั่ววิหารเทพ!
จั่วม่อยังคงตกลงใจไปเยือนแดนผลาญเทพดูสักครา สถานที่นั้นไม่ห่างไกลมากนัก มันสมควรมีเวลาเพียงพอ
แดนผลาญเทพเป็นสถานที่ที่วิหารเทพให้กักขังศัตรู เหล่ายอดยุทธ์โบราณเข้มแข็งแกร่งกร้าว ต่อให้คร่ากุมพวกมันได้ แต่ยากจะเข่นฆ่าให้สิ้นซาก เนื่องเพราะเหตุนี้ โดยทั่วไปแล้วจำเป็นต้องกักขังพวกมันเอาไว้ในที่คุมขังพิเศษ แดนผลาญเทพเป็นหนึ่งในที่คุมขังเหล่านั้นเอง
แดนผลาญเทพเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ซึ่งพี่ใหญ่ชิงหลินไม่อาจก้าวล่วงเข้าไปได้
พื้นดินสีแดงเข้มใต้ฝ่าเท้ามันเต็มไปด้วยความร้อนสูงอย่างน่าตระหนก สถานที่นี้มีขนาดเพียงไม่กี่หมู่ แต่แผ่ซ่านสภาวะกดดันอันหนักหน่วงเกินบรรยาย ยามนั้นเมล็ดผลึกสุริยันเหนือศีรษะจั่วม่อพลันเปล่งแสงสีทองอ่อนจาง ห่มคลุมร่างของจั่วม่อไว้ภายใน
จั่วม่อสำรวจอย่างละเอียดรอบคอบ พลังของวิหารเทพถดถอยลงทุกขณะ เพลิงนิรันดร์แห่งแดนผลาญเทพมอดดับไปแต่แรก แต่ถึงกระนั้นสถานที่นี้ก็ยังไม่ใช่ที่ที่จั่วม่อจะต้านทานได้ หากมิใช่ว่ามีเมล็ดผลึกสุริยันคอยปกป้องคุ้มครอง จั่วม่อย่อมไม่อาจเข้ามาในสถานที่พิเศษแห่งนี้ได้
แดนผลาญเทพมืดมิดปราศจากแสงตะวัน สายตาของจั่วม่อบีบแคบจนมองเห็นแค่เพียงระยะสองสามจั้งเบื้องหน้าเท่านั้น
ที่แห่งนี้แทบจะเตียนโล่ง ไม่มีสิ่งใดอยู่เลย ความร้อนสูงจากใต้ฝ่าเท้าบันดาลให้จั่วม่อรู้สึกเหมือนเดินอยู่บนกองไฟ
ยิ่งล่วงลึกเข้าไ