งใจต่อยอดยุทธ์แห่งวิหารเทพสุริยันในอดีต แต่มันตัดสินใจไม่เสียเวลากับปัญหาอันเจ็บปวดใจนี้อีก
ในวิหารเทพมีขุมสมบัตินับไม่ถ้วนรอคอยมันอยู่!
จั่วม่อโยนปัญหาเรื่องรูปโฉมทิ้งไปในทันที หันมาจดจ่ออยู่กับการเริ่มตรวจสอบพลังเทพของมัน
และด้วยการตรวจสอบครั้งนี้ มันพบสถานที่ผิดปกติอีกแห่งหนึ่ง นั่นคือแสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่นกลับมุดรวมเข้าไปในพลังเทพด้วย
จั่วม่อประหลาดใจอยู่บ้าง แต่ไม่ได้ห่วงกังวลอันใด แสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่นเป็นเพียงเส้นสายเล็ก ๆ เท่านั้น ทั้งยังเหมือนกับพลังเทพ คือไม่ฟังคำสั่งของมันแม้แต่น้อย
ทั้งสองประหลาดนี้ล้วนนิสัยใจคอพยศดื้อดึง เหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน!
จั่วม่อเมื่อเริ่มศึกษาค้นคว้าบางสิ่งบางอย่าง มักจะเข้าสู่สภาวะจดจ่อจนลืมตัวอย่างรวดเร็ว
มันใช้วิธีการทั้งมวลเท่าที่ทราบ ทำการทดสอบพลังเทพ และค่อย ๆเข้าใจลักษณะเฉพาะบางประการของพลังจากยุคโบราณนี้ ยกตัวอย่างเช่นหากมันดูดซับพลังปราณธรรมชาติ พลังปราณจะถูกพลังเทพกลืนกินลงไปในบัดดล หรือหากมันฝึกปรือสังขารปิศาจ ก็จะบังเกิดผลลัพธ์เช่นเดียวกัน พลังเทพจะดูดกลืนพลังสังขารของมันอย่างแข็งขัน นี่ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายของมันผอมบางลงส่วนหนึ่ง
สิ่งที่น่าตื่นเต้นเร้าใจที่สุด คือมันพบว่ามันควบคุมพลังปราณธรรมชาติได้
จั่วม่อพบคำอธิบายจากเทพวิชา ‘เถาวัลย์เขียว’ ‘เถาวัลย์เขียว’ เป็นเทพวิชาแห่งชนเผ่าเถาวัลย์เขียว แม้ตรงกันข้ามกับชนเผ่าเทพ