วงรู้อันใดมาก”
จั่วม่อออกจากทะเลแห่งจิตสำนึกอันว่างเปล่า ลูบไล้ผนังหินที่ราบเรียบราวกระจกเงา ความคิดจิตใจพลิกกลับไปกลับมา
พลังเทพ… …ฟังดูไม่น่าไว้ใจเลย… …
แต่หากว่าสำเร็จเล่า?
อาวุธเวทหายากนับไม่ถ้วน จิงสือนับไม่ถ้วน รวมถึงสมบัติอื่น ๆ นับไม่ถ้วน ลอยขึ้นในสายตาจั่วม่อ! ซากโบราณสถาน! นี่คือซากโบราณสถานของวิหารเทพ! วิหารเทพโบราณ ไหนเลยจะไม่มีอาวุธเวทอยู่บ้างได้?
คิดถึงการที่มันยังคงขาดแคลนอาวุธเวทที่ดี จั่วม่อในใจร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
ท่านย่ามันเถอะ!
ข้าจะทำ!
นี่ไม่มีอะไรให้เสี่ยง กรณีที่เลวร้ายที่สุดก็เพียงแค่เสียเวลาไม่กี่วันเท่านั้น!
กัดฟันแน่น จั่วม่อตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะทดลองดู ไม่ว่าจะอย่างไร นี่ก็เป็นการค้าที่ไม่มีต้นทุน มันไม่ต้องสูญเสียอะไรเลย! หากซากโบราณสถานเปิดออกแล้วมันยังทำไม่สำเร็จ มันก็จะผนึกสถานที่แห่งนี้เอาไว้ และก่อตั้งค่ายกล เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนใช้เส้นทางนี้เข้ามาในเกาะ
ซู่หลงกับพวกหันมองหน้ากัน พวกมันเห็นต้าเหรินลูบไล้ผนังหินตรงโน้นทีตรงนี้ที ด้วยใบหน้าบัดเดี๋ยวแดงซ่านบัดเดี๋ยวถมึงทึง
ด้วยท่าทางเช่นนี้ ต้าเหรินดูแปลกพิกลอย่างบอกไม่ถูก ทั้งยัง… …
วิกลจริตอยู่บ้าง!
ทุกคนสะท้านขึ้นทั้งร่างอย่างพร้อมเพรียง ในใจมีถ้อยคำวาบขึ้น
น่ากลัวยิ่ง!
ทะเลแห่งจิตสำนึกที่ว่างเปล่า ทันใดนั้นสองร่างพลันปรากฏขึ้น
“หลอกลวงมันเช่นนี้จะดีหรือ?” เว่ยสีหน้าลังเลเล็กน้อย
“หลอกลวงมัน? พวกเร