าหลอกลวงมันที่ใด? ในผนังกำแพงนั่นไม่ใช่พลังเทพหรือ? แล้วพลังทั้งสามไม่ได้สืบต่อมาจากพลังเทพหรือ?” ผูเยาตีหน้าสัตย์ซื่อเที่ยงธรรมยิ่ง
“แต่… …หากว่ามันทำไม่สำเร็จเล่า?” เว่ยละวาจาไว้เพียงเท่านั้น
“ไม่สำเร็จ?” ผูเยาเหลือกตา กล่าวอย่างไม่รับผิดชอบว่า “เช่นนั้นเราก็ไม่ได้ขาดทุนอันใด” หยุดเล็กน้อย ค่อยกล่าวอย่างไร้ความรับผิดชอบยิ่งกว่าเดิม “มันก็ไม่ได้ขาดทุนเช่นกัน”
“ถูกของเจ้า” เว่ยค่อยคลายใจลง
จากนั้นสองร่างเลือนหายไปพร้อมกัน
พลังเทพ! บัดซบ! พลังเทพคือสิ่งใดกันแน่?
จั่วม่อขบกรามแน่น บ่นพึมพำซ้า ๆ ซาก ๆ ราวกับถูกวิญญาณร้ายครอบงำ
มันเดินกลับไปกลับมาอยู่หน้าผนังหินเป็นพันรอบ ทั้งยังลูบไล้ผนังเป็นพันหน แต่ไม่พบสิ่งใดแม้แต่น้อย บางทีอาจเป็นเพราะมันลูบไล้ผนังหินมากเกินไป แต่คล้ายรู้สึกว่าผนังหินราบเรียบกว่าเดิม ประดุจกลายเป็นกระจกเงาไปจริง ๆ
มันหันไปขอความช่วยเหลือจากเว่ย แต่เว่ยมักตีหน้าหนักใจทุกที มันยังขอความช่วยเหลือจากผูเยา แต่เจ้าผู้นี้มิเพียงไม่ช่วย ยังเย้ยหยันถากถางสารพัด จนถึงขั้นที่ว่าจั่วม่อบันดาลโทสะ แทบต้องการทุบตีผูเยาให้แหลกเป็นชิ้น ๆ
เกอก็มีหลักการของเกอ!
จั่วม่อพร่าบอกตั่วเองซ้าแล้วซ้าเล่าไม่ต่ากว่าร้อยครั้ง ปลุกปลอบจิตวิญญาณการต่อสู้ของมันขึ้นมา มันถลกแขนเสื้อ ใช้ท่วงท่าดุจเถาไม้เลื้อยแนบตัวเองติดกับผนังหิน เริ่มการต่อสู้รอบใหม่
ชีวิตเมื่อยังไม่จบสิ้น สงครามก็ยังไม่จบ!
ลมโบ