ข้าไป
บางคนที่ขวัญกล้าบังอาจยังทดลองโจมตีใส่ม่านพลังล่องหน แต่การโจมตีทั้งหมดของพวกมันไม่ต่างจากถมโคลนลงทะเล ไม่ก่อให้เกิดระลอกแม้แต่น้อย
“กลายเป็นงานเลี้ยงอันยิ่งใหญ่ไปแล้วจริง ๆ!” หลีซู่จ้องมองฝูงชนแน่นขนัด มองดูเค้าความตื่นเต้นเร้าใจบนใบหน้าของคนเหล่านั้น อดทอดถอนใจไม่ได้
หลู่เจิ้นทีท่าหวาดวิตกอยู่บ้าง กล่าวตำหนิตัวเองว่า “เป็นความผิดพลาดของผู้น้อยเอง หากข่าวคราวไม่รั่วไหลออกไป… …”
“ต่อให้ข่าวคราวไม่รั่วไหลออกไป เกรงว่าผลลัพธ์ก็คงเหมือนเดิม”หลีซู่ปลอบประโลมด้วยสุ้มเสียงอ่อนโยน “ลองดูเสาแห่งแสงต้นนั้น ผู้ใดจะปิดบังซ่อนเร้นมันได้ เรื่องราวเป็นเช่นนี้อาจจะไม่เลวร้ายเสียทีเดียว ผู้มาย่อมต้องมา ส่วนผู้ที่ไม่คิดยุ่งเกี่ยว จะอย่างไรย่อมไม่หวั่นไหวใจ”
หลู่เจิ้นรีบกล่าว “ต้าเหรินสั่งสอนถูกต้อง” หยุดชะงักวูบหนึ่ง ก่อนถามอย่างระมัดระวังว่า “ต้าเหริน เราสมควรร้องขอคนเพิ่มหรือไม่?”
หลีซู่สั่นศีรษะ “ไม่จำเป็น สภานการณ์ภายในซากโบราณสถานสลับซับซ้อน คนมากกว่าไม่ได้หมายความว่าจะดีกว่า ไม่ต้องวิตกไป พวกเรามีท่านผู้อาวุโสอยู่ด้วย ที่สำคัญไปกว่านั้นพวกเราเมื่อลอบเตรียมการณ์มานานหลายปี ย่อมมิใช่ว่าไม่มีสิ่งใดเอาเสียเลย”
เห็นท่วงท่าเชื่อมั่นอย่างเปี่ยมล้นของหลีซู่ หลู่เจิ้นค่อยคลายใจลงเล็กน้อย เมื่อขบคิดดูอย่างถี่ถ้วน มันพบว่านี่จึงสมเหตุสมผล ด้วยอำนาจอันยิ่งใหญ่ของสำนัก พวกมันยังเริ่มวางแผนมานานปี แน