บและหยุดยั้งบางสิ่งที่แทงเข้ามา หยาดเหงื่อไหลซึมลงจากหน้าผาก ดวงตาถลึงกว้าง สองมือสั่นระริกเบา ๆ คล้ายกับว่าเพิ่งจะใช้เรี่ยวแรงไปอย่างมหาศาล
ปราณกระบี่สว่างไสวเล่มนั้นประหนึ่งอสรพิษตัวน้อย ยังคงต่อสู้ดิ้นรนไม่หยุดยั้ง!
จากนั้นปราณกระบี่ค่อย ๆ หม่นแสงลง จวบจนกระทั่งสลายหายไป
สัตว์ร้ายแดนร้างที่ราวกับขุนเขาย่อม ๆ ก็แตกสลายโดยไร้เสียง แล้วเลือนหายไปเช่นกัน
เห็นจั่วม่อไม่เป็นอะไรมาก ทุกคนค่อยถอนใจโล่งอก จากนั้นพวกมันกวาดตาไปรอบ ๆ อย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้เซียนกระบี่ประหลาดผู้นั้นลงมือลอบสังหารเป็นคำรบสอง
หลังจากนั้นสักครู่ ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใด จั่วม่อค่อยกระแทกนั่งลงหอบหายใจไม่หยุดยั้ง
นับจากชั่วขณะจิตที่ถูกลอบสังหารจนถึงบัดนี้ เป็นเวลาเพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น แต่ระดับความคับขันอันตรายที่มันเผชิญ มีเพียงจั่วม่อที่ตกเป็นเป้าจู่โจมของแสงกระบี่สายนั้นจึงจะเข้าใจอย่างลึกซึ้งที่สุด
นั่นเป็นเส้นแบ่งบาง ๆ ระหว่างชีวิตกับความตาย!
มันเฉียดผ่านความตายแค่ชั่วระยะปลายเส้นผมเท่านั้น!
ยามนี้มาหวนคิดดู มันยังรู้สึกหวาดหวั่นไม่คลาย ทันใดนั้นซิวเจ่อขบวนหนึ่งเหินทะยานขึ้นจากด้านล่าง เข้าห้อมล้อมจั่วม่อไว้ตรงกลาง เป็นกงซุนชาสั่งการให้พวกมันขึ้นมาคุ้มครองจั่วม่อ หลังจากพบเห็นเหตุลอบสังหารอันน่าหวาดเสียวเมื่อครู่
ปลุกปลอบสติคืนมา จั่วม่อฝืนเค้นรอยยิ้มพลางกล่าว “เซียนกระบี่อันร้ายกาจ! คราครั