้งนี้พวกเราพบพานยอดยุทธ์ที่แท้จริงเข้าแล้ว!
แต่รอยยิ้มของมันดูขัดตายิ่งกว่าร่าไห้เสียอีก
ทุกผู้คนมีสีหน้าประหวั่นพรั่นพรึงโดยไม่มีข้อยกเว้น หากเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นกับต้าเหริน พวกมันแม้ตายยังไม่สาสม! แต่หวนคิดถึงเซียนกระบี่ที่สวมหน้ากากขาวผู้น่ากลัว ทุกผู้คนยังใจสั่นสะท้านไม่หยุด!
มันเร้นกายเข้าไปถึงตรงหน้าจั่วม่อได้อย่างไร วิธีการที่มันปลดปล่อยปราณกระบี่และเร่งเร้าปราณกระบี่สังหาร รวมถึงวิธีการที่มันจากไปอย่างลอยนวล ตลอดกระบวนการล้วนไม่มีผู้ใดล่วงรู้! กระทั่งเหวยเสิ้งยังมองเห็นโฉมหน้าของอีกฝ่ายเพียงแวบเดียว ก่อนที่ร่างนั้นจะเลือนหายไปไม่อาจค้นพบร่องรอยได้อีก
ตั้งแต่ต้นจนจบ ผู้อื่นคิดมาก็มา คิดไปก็ไป ปลอดโปร่งสะดวกดายเป็นที่สุด
“กลับลงไปในเกาะก่อน”
พวกจั่วม่อหวนกลับลงไปในเกาะทันที จากนั้นเปิดใช้งานค่ายกลพิทักษ์เกาะอย่างสุดกำลังในบัดดล
เคราะห์ดีที่ค่ายกลสามารถทำหน้าที่เป็นสัญญาณเตือน หากเป็นผู้ที่ไม่มีแผ่นหยก จะไม่สามารถผ่านเข้ามาในเกาะได้โดยไม่ได้รับอนุญาต มิเช่นนั้นจั่วม่ออาจต้องกังวลว่าจะมีมือสังหารปะปนเข้ามาในกลุ่มคน เล็ดลอดเข้ามาในเกาะ เช่นนั้นคงเป็นเรื่องใหญ่แล้ว!
ในเวลาเดียวกัน ท่ามกลางทะเลเมฆห่างออกจากเกาะไปสิบลี้ ร่างหนึ่งค่อย ๆ ลอยขึ้นจากทะเลเมฆโดยไร้เสียง หน้ากากสีขาวซีดมองย้อนไปยังเกาะเต่าครู่หนึ่ง จากนั้นจมลงไปในทะเลเมฆอย่างช้า ๆ
“พบตัวมันหรือไม่?” จั่วม่อถาม
ความคิดคำน