าะปราณของศัตรูต้องต้านรับพลังสามรูปแบบพร้อมกัน หนึ่งคือดินนภา สองเป็นพลังสภาวะแนวทางเซน และสุดท้ายคือพลังอธิษฐาน ไหนเลยจะทนทานรับไหว แตกสลายลงในชั่วพริบตา จินตันเหล่านั้นยังไม่ทันจะได้กรีดร้อง วิญญาณก็หลุดลอยออกจากร่าง
อักขระพระสูตรกลางอากาศสว่างวาบขึ้นในบัดดล ประดุจสัตว์ร้ายที่รับประทานจนอิ่มหนำ หวนกลับมายังกงล้อภาวนาด้วยตัวเอง
จงหยูสวดภาวนาเสียงเบาต่า หมุนกงล้อภาวนาไม่หยุดยั้ง เพื่อขจัดกลิ่นอายอันชั่วร้ายออกจากกงล้อภาวนา
ท่ามกลางสมรภูมิประหัตถ์ประหารทั้งหมด ผู้ที่โดดเด่นสะดุดตาที่สุดคือจั่วม่อ
จั่วม่อผู้ซึ่งระยะหลังมานี้รับประทานโอสถปราณเข้าไปนับไม่ถ้วนเพิ่มพูนพลังปราณอย่างมหาศาล ส่งผลให้พลังอีกสองขุมในร่างเติบโตขึ้นอย่างมากเช่นกัน มันรวดเร็วดุจสายฟ้า ทรงพลังแกร่งกร้าวอหังการไร้ผู้ต้านติด โถมซ้ายทะลวงขวาประดุจพยัคฆ์ในฝูงแกะ ไม่ต่างจากสัตว์อสูรในร่างมนุษย์ ทุกที่ที่มันพุ่งผ่าน เห็นเลือดเนื้อกระเซ็นซ่าน แขนขาร่างกายปลิวกระเด็น!
คนเหล่านี้มาร้องตะโกนอยู่หน้าประตูบ้านมัน มาท้าทายและลงไม้ลงมือหมายจะเข่นฆ่าพวกมัน มันอดทนหงุดหงิดรำคาญใจอยู่นานแล้ว เมื่อลงมือฆ่าฟันจึงไม่มีความเมตตาปราณีใด ๆ
จั่วม่อใช้การแปลงร่างทั้งหกของสังขารปิศาจมหาทิวาออกมาในคราวเดียว!
ยามลงมือเข่นฆ่า มันรู้สึกสุขสบายอย่างบอกไม่ถูก อดไม่ได้ต้องแหงนหน้ากู่ก้อง ดังกังวานขึ้นไปถึงชั้นฟ้า!
ท่ามกลางความเลือนราง มันคล้ายลาก