อคอยเวลาที่พลังปราณของค่ายกลจะถูกใช้ไปจนหมดสิ้น พวกมันจะได้ฉวยโอกาสบุกทะลวงเข้าไป!
ในเวลานี้เอง เสียงเอะอะอื้ออึงจากรอบข้างผ่านเข้ามาในหูของมันนักพรตอีกาไฟอดขมวดคิ้วไม่ได้ คนเหล่านี้ล้วนมีพลังบำเพ็ญเพียรด่านจินตัน ไฉนสูญเสียความเยือกเย็นได้?
รอจนมันลืมตาขึ้นอย่างฉงนใจ สายตามองกราดไปยังเปลือกม่านแสงพลันคล้ายถูกหวดฟาดเข้ากลางแสกหน้าอย่างถนัดถนี่ เห็นดาวทองระยิบระยับ!
เปลือกม่านแสงที่เคยปกคลุมไปด้วยกองไฟอันร้อนแรง บัดนี้เตียนโล่งว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์ ไม่มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่เลย!
เป็นไปได้อย่างไร… …นี่จะเป็นไปได้อย่างไร?
แล้วเพลิงภูตศิลาหยินของมันเล่า? เพลิงภูตศิลาหยินที่ไม่มีวันมอดดับจนกว่าจะเผาไหม้เป็นเถ้าถ่านของมันเล่า?
นักพรตอีกาไฟเหม่อมองม่านแสงสีฟ้าครามที่ราบเรียบราวผิวกระจกอย่างงงงวย ใบหน้าบัดเดี๋ยวแดงก่าบัดเดี๋ยวเขียวคล้า!
น้าเต้าของมันก็ว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์
มันนึกถึงความลำบากยากเข็ญแทบล้มประดาตาย ยามเมื่อครั้งที่ติดตามเสาะหาเพลิงภูตศิลาหยินไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว นึกถึงเวลานับสิบๆ ปีที่ทุ่มเทสมาธิจิตใจอยู่กับการหลอมสร้างอีกาปราณเพลิงทมิฬหนึ่งร้อยแปดตัว นึกถึงความใฝ่ฝัน ความทะเยอทะยานและการมีชื่อเสียงเลื่องลือ..
แต่อนิจจา ในสายตาของมันเห็นเพียงเปลือกไข่โปร่งใสของม่านแสงสีฟ้าคราม ไม่มีสิ่งใดอยู่บนนั้น
นักพรตอีกาทองเหม่อมองอย่างซึมเซาอยู่ชั่วอึดใจ จากนั้นพลันกระอักเลือดเป็นฟูฝอย ใบหน