ยู่ใกล้มัน ล้วนใกล้ชาดเป็นสีแดงใกล้หมึกเป็นสีดำ กระทั่งหัวใจของเจ้าผู้นี้ยังดำทมิฬ!
“อย่าได้ล้อเล่นแล้ว!” จั่วม่อโอดครวญ
เว่ยไม่สะทกสะท้าน ยังคงแย้มยิ้มให้จั่วม่อ
จั่วม่อยอมแพ้อย่างรวดเร็ว “ตกลง ตกลง เจ้าต้องการสิ่งใดตอบแทน?”
“ค่ายเว่ยฝึกปรือทักษะปิศาจ ที่จริงไม่เหมาะกับผู ยกพวกมันให้แก่ข้าเถอะ” เว่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ไม่เปลี่ยนแปลง
ผูเยาดวงตาหรี่แคบลงในบัดดล กลายเป็นเรียวแหลมและเย็นเยียบดุจคมมีด ตลอดทั้งร่างแผ่ซ่านกลิ่นอายอันตรายสุดขีดออกมา
เว่ยไม่สะทกสะท้านต่อสายตาที่สามารถฆ่าคนตายของผูเยา ราวกับว่าไม่ได้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง “จู่เหรินคนเก่าของข้าเป็นมหาปิศาจตนหนึ่ง ข้าย่อมมีความเข้าใจวิถีฝึกปรือทักษะปิศาจมากกว่าผู สามารถช่วยให้พวกมันรุดหน้าเร็วขึ้น ที่สำคัญที่สุด จวบจนกระทั่งถึงวันนี้ค่ายเว่ยยังไม่ได้ให้กำเนิดแม่ทัพบัญชาการศึกแม้แต่คนเดียว นี่เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่าผูเยาไม่เหมาะกับการสั่งสอนค่ายเว่ย”
ผูเยาสีหน้าไม่สู้ดี คนคล้ายคมมีดเย็นเยียบหลุดออกจากฝัก อาภรณ์ดำที่สวมใส่สะบัดโดยไม่มีลม ประหนึ่งว่ามันพร้อมจะกระโจนเข้าขย้าศัตรูได้ทุกเมื่อ
สำหรับผูเยา ค่ายเว่ยเป็นเพียงสิ่งที่มันใช้ฆ่าเวลา ไม่ได้เห็นว่าสำคัญอะไรมาก แต่นี่ได้หมายความว่ามันจะยินยอมให้ใครบางคนมาช่วงชิงไปจากมัน! ผูเยาผู้ทระนงถือดี ไหนเลยจะทนให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นกับตัวเองได้?
เปลวไฟสีดำในทะเลแห่งจิตสำนึกคล้ายผน