ึกรวมรั้งขึ้นมาในบัดดล
จั่วม่อรู้สึกหนังศีรษะชาซ่าน ท่านย่ามันเถอะ ทั้งสองคนนี้ล้วนเป็นคนที่มันไม่อาจล่วงเกินได้ทั้งคู่!
อยู่ดี ๆ ข้าไฉนถูกลากเข้ามาในสงครามระหว่างพวกมันได้?
นี่อันตรายยิ่ง! อันตรายเกินไปสำหรับชีวิตน้อย ๆ ของมัน!
มันไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่ครึ่งคำ ถึงกับสงสัยว่าหากมันมีท่าทีเห็นด้วยแม้สักเล็กน้อย ผูเยาจะต้องฉีกมันออกเป็นชิ้น ๆ ตรงนี้แน่
ผูเยาสุ้มเสียงเย็นเยียบเสียดกระดูก “อาคมหวงห้าม? เฮอะ ผู้ใดไม่รู้จักอาคมหวงห้าม? เพียงแค่เสนออาคมหวงห้ามออกมาชุดหนึ่ง ก็เรียกร้องจะเอาค่ายเว่ยไป? เจ้าสำคัญตนผิดไปแล้ว! มา กับแค่อาคมหวงห้ามเท่านั้น แม้วิญญูชนจอมปลอมบางคนจะไม่สอนให้ ข้าจะสอนให้เอง!อาคมหวงห้ามนี้เรียกว่าคำสาปอเวจีม่วง… …”
เว่ยกล่าวขัดเสียงอ่อนเบา “คำสาปอเวจีม่วงมีเพียงอสูรราหูเท่านั้นที่จะใช้ได้ หากไม่มีพลังจิตสำนึกเพียงพอ จะส่งผลสะท้อนกลับใส่ผู้ใช้”
ผูเยาอึ้งงันวูบ สีหน้ากลายเป็นขัดตาอยู่บ้าง “เฮอะ ไม่ใช้คำสาปอเวจีม่วงก็ได้ ยังมีคำสาปเข็มผีร้าย”
“คำสาปเข็มผีร้ายจำเป็นต้องมีเข็มกระดูกหยินสิบสามเล่ม ของเหล่านี้ไม่ใช่หาได้ง่าย!”
ผูเยาใบหน้ายิ่งดำทะมึนกว่าเดิม พลันแย้มยิ้มเย็นชา “อ้อ เช่นนั้นข้าชักอยากเห็นอาคมหวงห้ามที่เจ้าคุยนักคุยหนาเสียแล้วสิ”
“กล่าวเช่นนี้หมายความว่าเจ้าตกลงแล้วหรือไม่เล่า?” เว่ยมองตาผูเยาอย่างไม่กลัวเกรง
ผูเยากล่าวอย่างถือดี “อาศัยระดับพลังของเจ้าหนูนี่