ฝีมือที่สามารถเรียนรู้ได้ทันที ทั้งยังไม่มีผลข้างเคียง หากเจ้ามีฝีมือเช่นนั้นจริง ค่ายเว่ยส่งมอบให้แก่เจ้าจะเป็นไรไป!”
จั่วม่อต้องการกล่าวเบา ๆ สักคำ “พี่ใหญ่ทั้งสอง ค่ายเว่ยดูเหมือนจะเป็นของข้าต่างหาก อย่าตกลงกันเองตามอำเภอใจได้หรือไม่… …”
แต่ความมีเหตุผลทำให้มันหุบปากเงียบอย่างชาญฉลาด พี่ใหญ่ทั้งสองท่านนี้ ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจล่วงเกินได้!
ทันใดนั้นมันพลันฉุกใจคิด ใช่แล้ว สู้กันเถอะ! สู้กันเข้าไป! ยิ่งพวกเจ้าสู้กันมากเท่าไร เกอยิ่งได้กำไรมากเท่านั้น! เคยมีคำกล่าวว่าอย่างไรหนอนกกระสากับหอยมุกต่อสู้กัน ชาวประมงได้รับข้าวสาร… …4
จั่วม่อพลันหุบปากแนบแน่น ไม่กล่าวคำใดแม้สักครึ่งคำ
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็ไม่เกรงอกเกรงใจแล้ว” เว่ยยิ้มอ่อนโยน แต่วาจาไม่ต่างจากซ่อนเข็มเอาไว้ในผ้าฝ้าย ทำให้ผูเยายิ่งมีสีหน้าขัดตามากขึ้นอีกส่วนหนึ่ง
“ทำสงครามน้าลายไปก็ไม่มีประโยชน์ ข้ายังรอให้เจ้าสำแดงอาคมหวงห้ามมหัศจรรย์พันลึกนั่น จะได้ช่วยเปิดหูเปิดตาข้าสักครา” ผูเยากล่าวอย่างแฝงนัย
เว่ยในที่สุดค่อยเอ่ยปากแผ่วเบา “อาคมหวงห้ามนี้เรียกว่าแสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่น”
ผูเยาพอได้ยินนามนี้ สีหน้าแปรเปลี่ยนในบัดดล ดวงตาที่เบิกกว้างจนแทบถลนเต็มไปด้วยความไม่เชื่อถือ “แสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่น! เจ้าที่แท้ล่วงรู้วิชาแสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่น!”4 ประโยคเดิมคือ นกกระสาหอยมุกต่อสู้กัน ชาวประมงได้ประโยชน์ แต่ดูเหมือนจั่วม่อ