ว้างอย่างเฉิดฉัน ใบหน้าเบิกบานปานบุปผา เผยให้เห็นฟันขาวสองแถว “เจ้าติดตามข้ามาเนิ่นนานปานนี้ หากกระทั่งแม่ทัพบัญชาการศึกระดับเงินผู้หนึ่ง เจ้ายังไม่มีปัญญาเชือดทิ้ง หลังจากนั้นก็หิ้วศีรษะตัวเองมาพบข้าเถอะ”แม่นางน้อยแจกรอยยิ้มเจิดจ้าอีกหน แต่ทุกคนกลับรู้สึกเหงื่อเย็นไหลท่วมแผ่นหลัง“ข้าไม่ได้ล้อเล่น”ที่แท้แม่นางน้อยไม่ได้ล้อเล่นจริงๆ!บ้างโซซัดโซเซ บ้างคืบคลานออกมา เมื่อพ้นหน้าแม่นางน้อยทุกคนรีบสุมหัวเข้าหากัน เริ่มหารืออย่างเร่งด่วน“ไม่มีทาง แม่นางน้อยคราวนี้คิดเล่นงานเราจนตายหรือไร?”บางคนครํ่าครวญ“อย่าได้รํ่าไห้แล้ว รีบช่วยกันคิดหาหนทาง! คราวนี้หากเราไม่สามารถเชือดพวกตระกูลเถียนจริงๆ ฮ่า รอดูไปเถอะ ต่อให้เราไม่ตัดคอตัวเอง แม่นางน้อยจะช่วยส่งมีดให้เรา หรือไม่มันก็อาจจะเฝ้าดูด้วยตัวเองด้วยซํ้า นี่เป็นไปได้อย่างยิ่ง!” เฮยจื่อกล่าวอย่างสยดสยองทุกผู้คนสะท้านขึ้นพร้อมกัน กระทั่งผู้ที่ไม่รู้จักเกรงกลัวเช่นเหลยเผิง ยังสีหน้าขาวซีดเล็กน้อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในใจพวกมัน บังเกิดภาพแม่นางน้อยยืนถือมีดปังตอด้วยรอยยิ้มเอียงอาย ต้องพากันสะท้านขึ้นอีกคำรบโดยไม่รู้สึกตัว!“พี่น้องทั้งหลาย! หากตระกูลเถียนไม่ตาย พวกเราก็ตาย!” พี่น้องค่ายจูเชวี่ยผู้หนึ่งใบหน้าเต็มไปด้วยความโศกศัลย์และความคิดเสี่ยงชีวิต“ฆ่าพวกตระกูลเถียน!”“ฆ่ามัน! ฆ่ามัน!”ทุกคนดวงตาแดงฉาน สุ้มเสียงกัมปนาทสั่นสะเทือนหลังคาจนแทบควํ่าลงมารอจนส