ุ้มเสียงอึกทึกพลุ่งพล่านสงบลง เสียงของเหลยเผิงก็แผดก้อง “เหล่าฝาน อาหยาน พวกเจ้าทั้งสองเจ้าอุบายความคิดที่สุด รีบด่วน รีบคิดหาหนทางเร็วเข้า”คนอื่นๆ หันไปมองม้าฝานกับเว่ยหยานเป็นตาเดียว ในความเห็นของพวกมัน คนทั้งสองนี้เป็นผู้ที่มีฝีมือทางกลยุทธ์มากที่สุดในค่ายจูเชวี่ย ม้าฝานเคยเป็นหัวใจหลักของขบวนทัพ ทั้งยังมีนิสัยใจคอชมชอบใช้เล่ห์เหลี่ยมมากกว่ากระบี่ในมือ เว่ยหยานแม้ไม่กลอกกลิ้งปราดเปรื่องเท่าม้าฝาน แต่เป็นบุคคลอันน่าเชื่อถือทุกคนในค่ายล้วนเชื่อถือมันเว่ยหยานเอ่ยปากก่อน กล่าวด้วยเสียงเบาตํ่าว่า “อาศัยค่ายจูเชวี่ยของพวกเรา อาจไม่เพียงพอจะบดขยี้พวกมันอย่างสมบูรณ์คิดเอาชนะพวกมันไม่ใช่เรื่องยาก แต่แม่นางน้อยต้องการให้กวาดล้างพวกมันจนสิ้นซาก นี่กลับยากเย็นอยู่บ้าง ที่สำคัญที่สุด เราไม่อาจปล่อยให้พวกมันหลบหนีแม้แต่คนเดียว”ม้าฝานตาลุกวาบ “ไฉนเราไม่ใช้กลยุทธ์ปิดประตูตีสุนัขเล่า!”“ปิดประตูตีสุนัข?”“เราจะปล่อยให้พวกมันเข้ามา จากนั้นปิดค่ายกลพิทักษ์เกาะอีกครั้ง ด้วยวิธีนี้พวกมันก็ไม่อาจหลบหนีไปไหนได้!” ม้าฝานดวงตาสาดประกายเจิดจ้า“เป็นความคิดที่ดี!” เว่ยหยานปรบมืออย่างตื่นเต้นยินดีคนอื่นๆ พอฟังล้วนคึกคักขึ้นอักโข พวกมันแม้ผ่านศึกมาอย่างโชกโชน แต่ไม่มีผู้ใดในหมู่พวกมันมีประสบการณ์เป็นแม่ทัพมาก่อนบางคนรีบสะกิดเตือน “แต่พวกเราต้องระมัดระวัง หากเราไม่สามารถจัดการนักรบตระกูลเถียนได้อย่างเบ็ดเสร็จเด