องประกายแสงบนกระดาษยันต์ทองคำดำเลือนหายไป จากนั้นก็นิ่งสนิท ไม่มีการเคลื่อนไหวใดอีกนี่… …นี่มันอะไรกัน?จั่วม่อตะลึงลานไม่คลาย!
“อาศัยเพียงสามสิบชิ้นจิงสือระดับห้าก็คิดเชื้อเชิญข้าไปฆ่าคน? ที่แท้ข้า หนิงอี้ผู้นี้ ก็มีมูลค่าแค่สามสิบชิ้นจิงสือเท่านั้น!” หนิงอี้ใบหน้าเต็มไปด้วยการเยาะเย้ยถากถาง นํ้าเสียงไม่พอใจอย่างรุนแรงยอดฝีมืออันฉาวโฉ่ผู้นี้มีดวงตาแคบยาวคู่หนึ่ง นั่งขัดสมาธิท่าดอกบัว สองแขนพาดอยู่บนเข่า จ้องมองเถ้าแก่สวี่อย่างเย็นชาเถ้าแก่สวี่สีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง อดสำนึกเสียใจไม่ได้ที่หุนหันพลันแล่นยินยอมรับหน้าที่เสี่ยงตายเช่นนี้ หนิงอี้ได้ชื่อว่าวู่วามเจ้าอารมณ์ ไม่เคยไว้หน้าผู้ใด ฆ่าคนราวผักปลา หากผู้อื่นขุ่นข้องรำคาญขึ้นมา เกรงว่าชีวิตน้อยๆ ของมันคงไม่ปลอดภัยแล้ว ฟังจากนํ้าเสียงของหนิงอี้ เห็นได้ชัดว่าบันดาลโทสะแล้ว เถ้าแก่สวี่ความหวาดกลัวแผ่ซ่านไปถึงขั้วหัวใจ อดร่างสั่นสะท้านไม่ได้“ต้าเหรินโปรดเมตตา… …ต้าเหรินโปรดเมตตา … …ผู้น้อยผิดไปแล้ว… …ผู้น้อยผิดไปแล้ว… …”ในเวลานี้เอง บุรุษชุดสีครามข้างกายหนิงอี้ พลันกล่าวแทรกด้วยรอยยิ้มจางๆ “พี่หนิง อย่าได้ถือสาหาความคนโง่เขลาเหล่านี้เลย! พวกมันเป็นเพียงมดปลวกเท่านั้น ต่อให้ฆ่าทิ้งไป เกรงว่าจะแปดเปื้อนมือของพี่หนิงเสียเปล่าๆ”หนิงอี้สีหน้าคลายลงเล็กน้อย กล่าวเป็นเชิงขออภัยว่า “เป็นที่ขายหน้าพี่หลีแล้ว”บุรุษหนุ่มซึ่งหนิงอี้เรียกหาว่