าพี่หลีโบกมือให้เถ้าแก่สวี่ กล่าวด้วยสุ้มเสียงอบอุ่นอ่อนโยนว่า “เจ้าไปเถอะ”เถ้าแก่สวี่ประดุจได้รับการละเว้นโทษตาย รีบล้มลุกคลุกคลานออกไปจากห้องอย่างลิงโลด“พี่หลีมีเรื่องคิดกล่าวกระมัง?” หนิงอี้ถามอย่างสนอกสนใจ มันสูดได้กลิ่นอายผิดปกติจากการกระทำของผู้อื่นเมื่อครู่“ผู้น้องมีเรื่องร้องขอต่อพี่หนิงประการหนึ่ง” บุรุษหนุ่มแซ่หลีกล่าวอย่างเปิดเผยหนิงอี้เมื่อสามารถอาละวาดไปทั่วทุกหนแห่ง ไหนเลยจะเป็นบุคคลโง่เขลาเบาปัญญา พลันฉุกใจคิดทันที อดกล่าวอย่างประหลาดใจไม่ได้ “คนเหล่านี้ถึงกับสามารถขอร้องให้พี่หลีกล่าววาจาแทนพวกมันได้?”บุรุษหนุ่มแซ่หลีแย้มยิ้มเล็กน้อย แต่ไม่ได้อธิบาย เพียงบอกเจตนาด้วยสุ้มเสียงอบอุ่นอ่อนโยน “ข้าไม่ปิดบังพี่หนิงแล้ว ผู้น้องลอบสังเกตดูผู้คนเกาะเต่ามาระยะหนึ่ง พบว่าคนเหล่านี้มีที่มาลี้ลับมาก จนถึงตอนนี้ยังไม่เคยเปิดเผยเบาะแสอันใดออกมาเลยอย่างไรก็ตาม เซียนกระบี่เหล่านี้มีพลังอำนาจไม่รวบรัดธรรมดาอย่าว่าแต่กองพันสามัญทั่วไปเลย กระทั่งกองพันที่มีชื่อเสียงของอาณาจักรนี้ เกรงว่ายังไม่ใช่คู่มือของพวกมัน ทว่าไม่ว่าข้าจะสืบเสาะเท่าใด กลับไม่เคยพบเบาะแสใดแม้แต่น้อย ในเมื่อครั้งนี้เป็นโอกาสอันดี คงต้องรบกวนพี่หนิงสืบสวนพวกมันให้แก่ข้าแล้ว”“อ้อ เกาะเต่านี้ไม่ทราบมีความสามารถหรือกุศลผลบุญใดไฉนมาต้องตาพี่หลีได้?” หนิงอี้เพียงแย้มยิ้มจางๆ บนใบหน้าปราศจากเค้าดุร้ายกระหายเลือดใดบุรุษหนุ่